ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดลบ 0.26% หุ้นแบงก์-เหมืองแร่ฉุดตลาด

ข่าวต่างประเทศ Friday October 23, 2026 06:51 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี (21 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารและเหมืองแร่ ในขณะที่นักลงทุนกำลังประเมินผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อ

ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,725.03 จุด ลดลง 27.85 จุด หรือ -0.26%

ในการซื้อขายภาคเช้า ดัชนีหุ้นกลุ่มบลูชิปของลอนดอนร่วงลงไปถึงประมาณ 0.5% แตะระดับต่ำสุดในรอบสัปดาห์ อย่างไรก็ดี ตลาดได้แรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงบ่าย ส่งผลให้ดัชนี FTSE 100 ปิดตลาดในแดนลบเพียงเล็กน้อย โดยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท Rentokil และ London Stock Exchange Group ช่วยชดเชยแรงเทขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มเหมืองแร่

ดัชนีกลุ่มธนาคารปรับตัวลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันตลาด โดยดัชนีหุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าปรับตัวลดลง 5.2% สอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดสปอตที่ร่วงลง 2.2% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเกือบ 4% ตามราคาทองแดงที่อ่อนตัวลง

หุ้น Fresnillo ลดลง 6.5%, Antofagasta ลดลง 6.2%, Anglo American ลดลง 5.6% และ Endeavour Mining ลดลง 3.9%

ด้านหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 4.35 ดอลลาร์ หรือ 4% ปิดที่ 113.17 ดอลลาร์/บาร์เรล

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงได้กระตุ้นให้เกิดความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันให้กับตลาดหุ้นด้วย โดยข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันพุธแสดงให้เห็นว่าราคาผู้บริโภคของอังกฤษเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เป็น 3.5% ในเดือนกันยายน ตอกย้ำการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนพฤศจิกายน

ผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจ เพื่อมองหาสัญญาณบ่งชี้ว่าความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทอย่างไรบ้าง

สำหรับหุ้นในดัชนี FTSE 100 ที่เคลื่อนไหวมากที่สุดในวันพฤหัสบดี ได้แก่ Rentokil Initial เป็นหุ้นที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุด โดยพุ่งขึ้น 8.6% หลังบริษัทรายงานการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานในไตรมาสที่สามแข็งแกร่งขึ้น พร้อมทั้งประกาศแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ หุ้น London Stock Exchange Group ปรับตัวสูงขึ้น 4.3% หลังจากบริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้สำหรับปี 2569 พร้อมทั้งบรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการบริษัทข้อมูลทางการเงิน Octus ด้วยมูลค่าประมาณ 3.54 พันล้านดอลลาร์

ด้านหุ้น Barclays ร่วงลง 2.3% หลังจากผลกำไรก่อนหักภาษีในไตรมาสที่สามอยู่ที่ 2.3 พันล้านปอนด์ ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 2.4 พันล้านปอนด์ ประกอบกับบริษัทประกาศแผนปรับลดพนักงานประมาณ 5,000 ตำแหน่ง

หุ้น Sainsburys เครือซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่อันดับสองของอังกฤษ ลดลง 2.1% หลังบริษัทรายงานผลประกอบการเติบโตชะลอลง

หุ้น IHG เจ้าของแบรนด์โรงแรม Crowne Plaza ปรับตัวลดลง 2.7% เนื่องจากผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและความขัดแย้งในอิหร่าน บดบังข่าวดีที่รายได้ต่อห้องพักในไตรมาสนี้ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มปลอดภัย (Defensive stocks) ขนาดใหญ่บางตัวช่วยจำกัดการปรับตัวลดลงของดัชนีหลักเอาไว้ได้ โดยหุ้น AstraZeneca ปรับตัวขึ้น 2.5% ในขณะที่ GSK เพิ่มขึ้น 2.6% และ Unilever ปรับตัวขึ้น 3.1%

โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ