ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดร่วง 1.3% ผวาเงินเฟ้อหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ข่าวต่างประเทศ Saturday October 24, 2026 07:15 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนในวันศุกร์ (23 ต.ค.) และปรับตัวลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 4 เดือน หลังราคาพลังงานที่สูงขึ้นกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 52.50 ดอลลาร์ หรือ 1.29% ปิดที่ 4,007.90 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลอดสัปดาห์นี้ ราคาทองคำร่วงลง 4% และทำผลงานรายสัปดาห์แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.

ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 เดือน หลังกลุ่มฮูตีโจมตีในซาอุดีอาระเบีย ทำให้เกิดความกังวลว่าอุปทานพลังงานอาจหยุดชะงักเพิ่มเติม

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นบ่งชี้ว่า ธนาคารกลางรายใหญ่ทั่วโลกอาจไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้รวดเร็วตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาดทองคำในขณะนี้

นอกจากนี้ การเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังทำให้เทรดเดอร์และนักลงทุนในตลาดหุ้นเผชิญการเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) ส่งผลให้ต้องขายสินทรัพย์อย่างทองคำเพื่อนำเงินมารองรับภาระดังกล่าว

เมื่อวันศุกร์ ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ระมัดระวัง หลังหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกเทขายอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน เทรดเดอร์ส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ต.ค. แม้ข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภคและเงินเฟ้อผู้ผลิตของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อนออกมาสูงกว่าคาดการณ์ ซึ่งเพิ่มเหตุผลสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงปลายปีนี้

ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า ตลาดประเมินโอกาส 92% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า และมีโอกาส 78% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.

นอกจากนี้ รายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ มีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 29 ต.ค. และอาจช่วยให้ตลาดประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินได้ชัดเจนขึ้น

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ