ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันจันทร์ (2 พ.ย.) สัญญาถั่วเหลืองร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบราว 11 สัปดาห์ หลังราคาน้ำมันดิบทรุดหนัก ซ้ำเติมด้วยแรงกดดันจากการเก็บเกี่ยวในสหรัฐฯ ที่เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ขณะที่สัญญาข้าวโพดฟื้นตัวปิดบวกเล็กน้อยหลังร่วงแตะจุดต่ำสุดรอบ 4 เดือนในระหว่างวัน ส่วนสัญญาข้าวสาลีขยับขึ้นเล็กน้อย
- สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 0.50 เซนต์ หรือ +0.11% ปิดที่ 4.4825 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 3.00 เซนต์ หรือ +0.50% ปิดที่ 6.0650 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 17.50 เซนต์ หรือ -1.42% ปิดที่ 12.1675 ดอลลาร์/บุชเชล
ราคาสินค้าเกษตรในกระดานร่วงลงต่อเนื่อง หลังกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ประเมินว่า เกษตรกรกำลังเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองได้มากเป็นประวัติการณ์ และเก็บเกี่ยวข้าวโพดได้มากเป็นอันดับ 2 ส่งผลให้ราคาถั่วเหลืองดิ่งลงไปแล้วถึง 9% นับตั้งแต่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปีเมื่อเดือนก่อน
แมตต์ วีแกนด์ โบรกเกอร์จาก FuturesOne ระบุว่า ทิศทางที่ราคาไหลไปได้ง่ายที่สุดในขณะนี้คือขาลง
เทรดเดอร์ชี้ว่า ราคาน้ำมันดิบที่ทรุดฮวบกว่า 7% ยิ่งกดดันราคาถั่วเหลือง เนื่องจากเป็นพืชที่นำไปใช้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ซ้ำยังมีแรงเทขายจากฝั่งกองทุนเข้ามากดดันราคาสินค้าเกษตรเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ตลาดจับตารายงานความคืบหน้าการเก็บเกี่ยวจาก USDA ที่จะเปิดเผยหลังปิดตลาด โดยนักวิเคราะห์คาดว่า สหรัฐฯ น่าจะเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองเสร็จไปแล้วราว 88% ณ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 พ.ย.) ส่วนข้าวโพดคาดว่าเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ 73%
นอกจากนี้ USDA ยังเตรียมรายงานประเมินสภาพผลผลิตข้าวสาลีฤดูหนาวเป็นครั้งแรกของฤดูกาล ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์เฉลี่ยว่า สภาพผลผลิตข้าวสาลีสหรัฐฯ น่าจะอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีเยี่ยมราว 50%
ส่วนสัญญาข้าวสาลีได้แรงหนุนจากความกังวลว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะกระทบการส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำ โดย แมตต์ อัมเมอร์มันน์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารความเสี่ยงด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ StoneX เปิดเผยว่า
แม้จะมีความหวังเรื่องข้อตกลงเดินเรืออย่างปลอดภัยในทะเลดำ แต่รัสเซียกับยูเครนยังคงโจมตีกันต่อเนื่อง ทั้งยังไร้วี่แววข้อตกลงฉบับใหม่ สถานการณ์นี้จึงช่วยพยุงราคาข้าวสาลีไว้ได้ แม้จะขยับขึ้นได้ไม่มากนักก็ตาม
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช