นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในกรอบ หลังจากที่เมื่อวานฟื้นตัวกลับมายืนในระดับ 1,500 จุด จากความชัดเจนของผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ มีความชัดเจน โดยพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากได้ทั้ง 2 สภา ประกอบกับราคาน้ำมัน และ Bond Yield มีการย่อตัวลง จากความเสี่ยงสงครามในตะวันออกกลางลดลง ช่วยหนุนตลาดหุ้นได้ แต่ยังต้องระวังความผันผวน โดยให้แนวต้าน 1,520 จุด แนวรับ 1,490 จุด
นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์, IAA ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้คาดว่าแกว่งตัวในกรอบ หลังจากที่เมื่อวานนี้สามารถฟื้นกลับมายืนในระดับ 1,500 จุดได้ หลังจากมีความชัดเจนผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ซึ่งพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากได้ทั้ง 2 สภา
ขณะที่ราคาน้ำมันมีการย่อตัวลงต่อเนื่อง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐ มีการปรับตัวลง จากความเสี่ยงของสงครามในตะวันออกกลางที่อาจจะลดลง หลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐออกมาชัดเจน ยังเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนต่อตลาดหุ้นได้ แต่ยังต้องระวังความผันผวน โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจต่างๆของประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเฉพาะการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ที่อาจจะเป็นแรงกดดันหุ้นที่อิงกับเทคโนโลยี
โดยให้แนวต้าน 1,520 จุด แนวรับ 1,490 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (4 พ.ย..) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,356.12 จุด เพิ่มขึ้น 1,569.40 จุด หรือ +3.03% ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,688.62 จุด เพิ่มขึ้น 119.70 จุด หรือ +1.58% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,736.51 จุด เพิ่มขึ้น 364.50 จุด หรือ +1.44%
ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 62,384.73 จุด เพิ่มขึ้น 196.10 จุด หรือ +0.32%, ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,316.94 จุด เพิ่มขึ้น 397.44 จุด หรือ +1.66% และ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,646.57 จุด ลดลง 39.60 จุด หรือ -1.07% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ลดลง 2.33%
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (4 พ.ย.) 1,502.09 จุด เพิ่มขึ้น 11.08 จุด (+0.74%) มูลค่าซื้อขาย 76,971.32 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ ( 4 พ.ย..) 1,846.18 ล้านบาท
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ธ.ค. ( 4 พ.ย..) ลดลง 7.97 ดอลลาร์ หรือ 8.29% ปิดที่ 88.12 ดอลลาร์/บาร์เรล
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (4 พ.ย.) อยู่ที่ 14.06 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 33.54 แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อนค่า ขานรับผลเลือกตั้งมิดเทอมสหรัฐฯ
เดโมแครต ชนะเลือกตั้งกลางเทอมครองเสียงทั้ง สส.-สว.ประชาชน ส่งสัญญาณปฏิเสธแนวคิด ทรัมป์นิยม นักวิเคราะห์คาดแม้เดโมแครตยึดสภาคองเกรส แต่บีบทรัมป์ยุติสงครามไม่ได้อ้าง ป้องกันตัวเอง พร้อมมีอำนาจวีโต้ รวมถึงอัตราภาษีคงไม่เปลี่ยนแปลง เอเชีย ยังหวังมีเปลี่ยนแปลงใน 2 ปีที่เหลือ
นักเศรษฐศาสตร์ ประเมินผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ดร.จิติพล ชี้จับตา รื้อภาษีคนรวย-คุมเข้มเอไอ มองจีนยังเป็นเป้าหลักสงครามส่อคลี่คลาย เศรษฐกิจสหรัฐส่อชะลอตัว อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้เดโมแครตครอง 2 สภา กระทบหุ้นเอไอ ระยะสั้น จับตา 11 ธ.ค. เสี่ยง Government Shutdown
เอกนิติ เตรียมนำทัพบีโอไอและภาคเอกชนไทยโรดโชว์ที่ญี่ปุ่น 18-20 พ.ย. 69 หวังสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนญี่ปุ่น หลัง ครม.ไฟเขียวปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตรถยนต์ EV นำเข้าในอัตราสูงสุด 35% หวังต่อยอดไทยสู่ฐานยานยนต์ยุคใหม่ เชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ พร้อมโชว์วิสัยทัศน์พาไทยสู่ประเทศรายได้สูงใน 3-4 ปีข้างหน้า เร่งดัน 7 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาเศรษฐกิจฟื้นตัวแบบ K-Shape เป็น V Shape ฟากโบรกฯ มองหุ้นนิคม-สถาบันการเงิน ได้ประโยชน์เต็มๆ
ก.พลังงาน เร่งสางปัญหาม็อบรถบรรทุก รับผลกระทบต้นทุนขนส่งพุ่งตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ลั่นทุบโครงสร้าง-ใช้กลไกหักค่าการกลั่นให้แล้ว จะเดินหน้าลดผลกระทบราคาระยะยาว พร้อมเชิญตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการหารือ เอกนัฎ เร็ว ๆ นี้
-ตลท. ปรับจัด 2 กลุ่มอุตสาหกรรมให้สะท้อนรูปแบบธุรกิจ เพิ่มหมวดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จาก 2 เป็น 4 หมวดธุรกิจ เพื่อรองรับธุรกิจดิจิทัลที่มีความหลากหลาย พร้อมเปลี่ยนชื่อกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร เป็นพลังงานและสาธารณูปโภค มีผลตั้งแต่ 1 มี.ค. 70
2 ตำนานวีไอไทย วิเคราะห์ตลาดหุ้นโลกและสินทรัพย์เสี่ยงยังเปราะบาง ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ได้กลิ่นรอยร้าว ปูทางสู่วิกฤติ แนะถือเงินสดรอหุ้นปรับฐานลึก ขณะที่เซียนมี่ ทิวา ชินธาดาพงศ์ มองหุ้นไทยออกอาการพักฐาน เชื่อปี 2570 เงินทุนหมุนสู่ค้าปลีก ไฟแนนซ์ และ Non-Bank รับอานิสงส์ต้นทุนน้ำมันลด หนุนกำลังซื้อฟื้น
กกร. ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีปี 2569 ขยายตัว 2.4-2.6% จากเดิม 2.1-2.5% จากการปรับปรุงดัชนี MPI พร้อมปรับประมาณการส่งออกปีนี้โต 18.0-22.0% จากเดิม 12.0-16.0% เงินเฟ้อเป็น 2.1-2.5% จากเดิม 2.5-3.0% พร้อมจับตาปัจจัยเสี่ยงโลกใกล้ชิด ราคาน้ำมันดิบ ภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะฟองสบู่ในกลุ่ม AI หนุนเก็บภาษีอีวี หวังกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2570 เติบโตไม่น้อยกว่า 7% ต่อปี
เอกนิติ เดินหน้ายุทธศาสตร์ยกระดับไทยสู่ประเทศรายได้สูง ดันงบ 1 แสนล้านบาทปรับเปลี่ยนพลังงานด้านขนส่ง พร้อมอัพสกิล 6 ล้านแรงงาน รับ 7 อุตสาหกรรมในอนาคต ตั้งเป้าจีดีพีโต 3% บวก ลงทุนแตะ 30% ขึ้นแท่น Top 20 ประเทศขีดแข่งขันสูง ย้ำคุมวินัยการคลังเพดานหนี้ไม่เกิน 70% ประกาศเป้าหมาย 7 อุตสาหกรรมอนาคตจันทร์หน้า
-กระทรวงการคลังกำลังเร่งผลักดันโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่เข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน โดยจะขอใช้เงินกู้ 6,000 ล้านบาท หากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯเห็นชอบก็จะนำเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองฯชุดที่มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อนำเสนอนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการโครงการดังกล่าวได้ในสิ้นปีนี้ หรือต้นปี 2570
-ก.พลังงานเตรียมดึง Data Center เข้ากลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทใหม่ ยันต้องแบกรับต้นทุน LNG นำเข้าเอง เพื่อแก้ปัญหาภาระค่าพร้อมจ่ายเฉลี่ยต่อหน่วย พร้อมเปิดเสรี Direct PPA และดันสัดส่วนพลังงานสะอาดแตะ 50% ใน 10 ปี เปิดทางเศรษฐกิจใหม่โดยไม่กระทบภาคครัวเรือน
*หุ้นเด่นวันนี้
GPSC (ลิเบอเรเตอร์) ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 54.50 บาท การปรับลงของราคาน้ำมันเป็นบวกต่อความคาดหวังว่าต้นทุนพลังงานจะทยอยลดลง หากส่งผ่านมายังราคาก๊าซ จะช่วยลดต้นทุนโรงไฟฟ้า SPP และสนับสนุนส่วนต่างกำไรจากการขายไฟให้ลูกค้าอุตสาหกรรม การขยายพลังงานหมุนเวียนผ่าน Avaada ในอินเดียช่วยเพิ่มฐานกำลังผลิตระยะยาว ขณะที่แผน IPO ของ Avaada Energy ในปี 2570 หากดำเนินการสำเร็จ จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนเพื่อขยายโครงการ การลงทุน Data Center และทิศทางแผน PDP2026 เปิดโอกาสให้ GPSC ขยายธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานสะอาดต่อยอดธุรกิจในอนาคต
GULF (กรุงศรี) ซื้อ ราคาเป้าหมาย 77 บาท 1)คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 +24%y-y ธุรกิจหลักไฟฟ้าขยายตัวดีต่อเนื ่อง หากเป็นไปตามคาด กำไรปกติทั้งปีประเมิน +27.9% มีโอกาสเห็น Upside 2) การขยายการลงทุน Data Center, ธุรกิจเคเบิ้ลใต้น้ำ และโครงการใหม่ภายใต้ PDP26F มอง Upside เปิดมากขึ้นจาก ผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3) PER2027F อยู ่ราว 20-21 เท่า < LT AVG.
WHA (กสิกรไทย) ซื้อ ราคาพื้นฐาน 6.25 บาท คาดกำไรไตรมาส 3/69 จะเติบโต 32% YoY และ 27%QoQ ในไตรมาส 4/69 มีการวางแผนการขายและโอนที่ดินจำนวนมากให้กับลูกค้าหลากหลายกลุ่มประกอบกับรายได้จากค่าความพร้อมจ่ายน้ำที่เพิ่มขึ้นและกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT ซึ่งหนุนผลประกอบการไตรมาส 4/69 แข็งแกร่ง แนะนำซื้อ ด้วย TP กลางปี 2570 ที่ 6.25 บาท ผู้บริหารยังคงมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายสำคัญในปี 2569 ขณะที่ยอดขายและการโอนที่ดินให้แก่ลูกค้ากลุ่ม Data Center มีกำหนดในไตรมาส 4/69
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/รัชดา คงขุนเทียน