นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนถึงจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ที่พบจุดความร้อน (Hotspot) มากกว่า 200 จุด รองลงมา คือ จ.ตาก ในขณะที่ จ.เชียงใหม่ ณ เวลานี้ จำนวนจุดความร้อนลดลงเหลือ 100 จุด
"เราต้องหาสาเหตุของปัญหา ด้วยการหาจุดความร้อน (Hotspot) และปฏิบัติการแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ ควบคู่การสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้จุดที่เกิดเพลิงไหม้อยู่ในที่สูง เราจึงต้องระดมวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมด ทั้งในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนราชการต่าง ๆ และของเหล่าทัพ โดยในขณะนี้ทางเสนาธิการทหารบก ได้ประสานมายังกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติในการปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่สูง นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ จะต้องเป็นผู้นำ และกำชับปลัดอำเภอประจำตำบลในการสร้างความรับรู้เข้าใจกับประชาชนรวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างความร่วมมือในการช่วยกันยุติปัญหาไฟป่าและหมอกควัน" ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุ
ในส่วนของผู้ที่ยังฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามประกาศหรือข้อบังคับต่าง ๆ หรือปล่อยปละละเลย ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น ขณะเดียวกัน เมื่อสามารถแก้ไขปัญหาภายในพื้นที่ของเราได้แล้ว หากยังมีสถานการณ์จากประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องใช้กลไกการเจรจาระหว่างประเทศ เพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการยุติปัญหาต่อไป
และในระยะต่อไป จะต้องนำหลักวิชาการตามมาตรการบริหารจัดการพลังงานด้วยการชิงเผา (early burning) หรือการเผาแบบควบคุม (prescribed burning) ด้วยการวางแผนจัดการควบคุมไฟในระดับชุมชน ซึ่งจะสามารถลดปริมาณเชื้อเพลิงชีวมวล และลดความรุนแรงของสถานการณ์
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในช่วงเวลานี้ ยังคงเกิดสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รณรงค์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้ดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย และงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ทั้งนี้ ระบบ Cell Broadcast ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือได้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และงดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วง 2-3 วันนี้
ขณะเดียวกัน ให้จัดชุดบูรณาการปฏิบัติการลงพื้นที่แก้ไขสถานการณ์ และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ใช้อากาศยาน KA-32 ในการควบคุมไฟป่าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเหล่าทัพ ในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ หากการดำเนินการเกินกว่ากำลังของจังหวัด ขอให้เร่งประสานมายังส่วนกลาง เพื่อผู้บริหารระดับสูงนำเสนอต่อผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนภารกิจ เพื่อให้การช่วยเหลือและดูแลประชาชนเป็นไปอย่างคล่องตัว และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด