ทีมนักวิจัยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบความสำเร็จในการประยุกต์ใช้จุลินทรีย์ "แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34" (Lactobacillus rhamnosus L34) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ประจำถิ่นที่พบในคนไทย มาช่วยบรรเทาภาวะอักเสบและลดของเสียสะสมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะก่อนล้างไต
จาก "จุลินทรีย์ในเด็กทารก" สู่ทางเลือกใหม่ของผู้ป่วยโรคไต
ต้นกำเนิดของงานวิจัยนี้เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดย ศ. ดร.สมหญิง ธัมวาสร และ และ รอง ศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้ทำการคัดแยกและวิเคราะห์ดีเอ็นเอของจุลินทรีย์จากอุจจาระของเด็กทารก จนพบกับสายพันธุ์จำเพาะที่มีลำดับพันธุกรรมไม่ซ้ำกับสายพันธุ์อื่นในโลก จึงให้ชื่อว่า "แอล34" (L34) ซึ่งถือเป็นจุลินทรีย์สายพันธุ์ท้องถิ่นที่เหมาะสมกับร่างกายคนไทยเป็นอย่างดี

ด้าน รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล หนึ่งในทีมวิจัยอธิบายว่า "โพรไบโอติก" คือจุลชีพที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งอาจเป็นเชื้อแบคทีเรีย รา หรือยีสต์ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะหมายถึงเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ โดยปกติผู้ป่วยโรคไตจะไม่สามารถขับของเสียออกทางปัสสาวะได้ตามปกติ ของเสียจึงถูกขับออกทางลำไส้แทน ซึ่งแบคทีเรียตัวร้ายในลำไส้จะเปลี่ยนของเสียเหล่านั้นให้กลายเป็นสารพิษยูรีเมีย (Gut-derived Uremic Toxins) ส่งผลให้ร่างกายเกิดการอักเสบ หลอดเลือดแข็งตัว และเป็นอันตรายต่อหัวใจและสมอง
ผลการทดสอบ: ลดสารพิษได้ใน 1 เดือน
จากการต่อยอดงานวิจัยในสัตว์ทดลองสู่การทดสอบทางคลินิกกับผู้ป่วยจริงในปี 2567 พบว่า:
- การลดสารพิษ: เมื่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังรับประทานโพรไบโอติก แอล34 ในรูปแบบผงติดต่อกัน 1 เดือน ปริมาณสารพิษยูรีเมียในเลือดและระดับไซโตไคน์ (ตัวชี้วัดการอักเสบ) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- กลุ่มเป้าหมาย: เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 3-5 ที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องล้างไต เพื่อช่วยชะลอภาวะอักเสบของร่างกาย
ย้ำเป็น "ทางเลือกเสริม" ไม่ใช่การรักษาหลัก
แม้ผลการวิจัยจะชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการลดการอักเสบ แต่ทีมวิจัยเน้นย้ำว่าโพรไบโอติกนี้เป็นเพียง "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร" ที่ใช้ควบคู่ไปกับการรักษาตามมาตรฐานเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการรักษาหลักหรือการล้างไตได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยระยะที่ 5 ที่มีความเสี่ยงต่ออาการน้ำท่วมปอดหรือหัวใจล้มเหลวหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโพรไบโอติกสัญชาติไทยนี้ เพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงนวัตกรรมจากการวิจัยที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมต่อไป