วันประชากรโลก 2569 กรมอนามัย ชู "เด็กเกิดน้อย แต่ต้องเติบโตอย่างมีคุณภาพ" เร่งสร้างทุนมนุษย์รับสังคมสูงวัย

ข่าวทั่วไป Friday July 10, 2026 17:13 —ThaiPR.net

วันประชากรโลก 2569 กรมอนามัย ชู

เนื่องในวันที่ 11 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันประชากรโลก (World Population Day) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ย้ำแนวทางรับมือวิกฤตอัตราการเกิดที่ลดลง ด้วยการยกระดับการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้างประชากรที่มีศักยภาพในระยะยาว

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือ 380,000 คน ขณะที่อัตราเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate: TFR) อยู่ที่ประมาณ 1.0 คนต่อสตรี 1 คน ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรที่ 2.1 อย่างมาก สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่ "สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์" เนื่องจากมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 และมีแนวโน้มก้าวสู่ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged Society)" ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้อัตราการเกิดลดลง มาจากหลายสาเหตุ ทั้งภาระค่าครองชีพ ความไม่มั่นคงในการทำงาน การแต่งงานช้า และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ซึ่งล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจมีบุตร และหากสถานการณ์ยังดำเนินต่อไป จะกระทบต่อกำลังแรงงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงระบบสวัสดิการและบริการสาธารณสุขในระยะยาว

วันประชากรโลก 2569 กรมอนามัย ชู

"การสร้างประชากรไทยให้ได้คุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ กรมอนามัยจึงเร่งดำเนินการสร้าง "เด็กคุณภาพ" ให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ สอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม และขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามแนวคิด Nurturing Care Framework หรือการดูแลเด็กอย่างเอาใจใส่รอบด้าน เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของชีวิต" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ด้าน แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า วิกฤตประชากรของประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องจำนวนเด็กเกิดน้อย แต่เป็นเรื่องของการสร้าง "ทุนมนุษย์คุณภาพ" เพื่อรองรับอนาคตของประเทศหากเด็กมีสุขภาพดี มีพัฒนาการสมวัย ได้รับโภชนาการที่เหมาะสม และเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น เด็กจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยในอีก 20-30 ปีข้างหน้า การแก้ปัญหาประชากรเกิดน้อยไม่สามารถอาศัยมาตรการด้านสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา แรงงาน และสวัสดิการ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีบุตร และทำให้คนรุ่นใหม่สามารถตัดสินใจสร้างครอบครัวได้อย่างมั่นใจ

แพทย์หญิงทิพา ไกรลาศ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กล่าวเสริมว่า กรมอนามัยผลักดันให้เด็กไทยทุกคนได้รับการดูแลอย่างครอบคลุมใน 5 มิติ ได้แก่ สุขภาพ โภชนาการ การดูแลที่ตอบสนองต่อพัฒนาการการเรียนรู้ตั้งแต่ระยะแรก และความคุ้มครองปลอดภัย เพราะการลงทุนในเด็กวันนี้ คือการลดต้นทุนของประเทศในอนาคต ปัจจุบัน กรมอนามัยขับเคลื่อนนโยบาย "เด็กเกิดน้อย แต่ต้องเติบโตอย่างมีคุณภาพ" ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1) ส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์และการเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร 2) พัฒนาระบบบริการอนามัยแม่และเด็กที่มีคุณภาพตลอดช่วงชีวิต 3) ขับเคลื่อนการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตามแนวคิด Nurturing Care Framework 4) ยกระดับการคัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกคนให้เข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง และ 5) สร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีบุตรและการสร้างครอบครัว ทั้งนี้ เนื่องในวันประชากรโลกปีนี้ กรมอนามัยขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว สนับสนุนการลงทุนกับเด็กตั้งแต่วันแรกของชีวิต เพื่อให้ประเทศไทยพร้อมขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้าด้วยประชากรที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ