ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประจำวันที่ 14 เม.ย.69 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ "ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ" เกิดอุบัติเหตุ 192 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 202 คน ผู้เสียชีวิต 30 ราย
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว 38.54% ดื่มแล้วขับ 28.13% ตัดหน้ากระชั้นชิด 11.46%
ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 72.88% รถกระบะ 10.17% รถยนต์ส่วนบุคคล 8.47%

ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 77.08% บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน 30.73 %
ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 15.01 - 18.00 น. 23.96% เวลา 18.01 - 21.00 น. 19.79% เวลา 00.01 -03.00 น. 17.19%
ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20 - 29 ปี 23.71%
จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ แพร่ (16 ครั้ง)
จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่ (18 คน)
จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี (3 ราย)
เกิดอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง
ผู้บาดเจ็บ รวม 911 คน
ผู้เสียชีวิต รวม 191 ราย
จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ แพร่ (45 ครั้ง)
จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (47 คน)
จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (16 ราย)
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ตามภูมิภาค และบางส่วนยังอยู่ท่องเที่ยวต่อในพื้นที่ ทำให้ถนนหลายสายมีปริมาณค่อนข้างมากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ศปถ. จึงประสานจังหวัดให้ปรับแผนการดำเนินงานสร้างความปลอดภัยทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยบูรณาการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานในพื้นที่ บริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกการเดินทางเพื่อเตรียมรองรับการเดินทางกลับของประชาชน โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการการจราจร มิให้เกิดปัญหาติดขัดคับคั่งในทางสายหลักและถนนที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ส่วนถนนที่มีการจราจรหนาแน่นให้เร่งระบายรถ เปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ ปรับสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับช่วงเวลาการเดินทางของประชาชน รวมทั้งให้พิจารณาตั้งจุดตรวจ และจุดบริการในบริเวณที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการหลับในและการขับรถชนท้าย อีกทั้งให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มงวดการเรียกตรวจยานพาหนะในเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเส้นทางตรงระยะทางไกลซึ่งผู้ขับขี่มักจะใช้ความเร็วสูง อีกทั้งประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ป้องกันอุบัติเหตุจากการง่วงแล้วขับ
นอกจากนี้ ศปถ. ยังเน้นย้ำด้านสภาพอากาศที่อาจส่งผลต่อการเดินทางในระยะนี้ โดยสภาพอากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับรถ ขณะที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีฝุ่นควันสะสมเกินมาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งและสวมหน้ากาก N95 เมื่ออยู่นอกอาคาร