ร้อนกว่าที่เคยเจอ และแพงกว่าที่เคยจ่าย !? ล่าสุดคนไทยรู้ตัวหรือยังว่ากำลังจะเจอกับอากาศร้อนขั้น "ซูเปอร์เอลนีโญ" ที่อาจร้อนสุดในรอบ 170 ปี และคาดว่าจะลากยาวไปจนถึงต้นปีหน้ากันเลยทีเดียว
แต่วิกฤตซ้อนวิกฤตที่น่ากลัวก็คือ การที่อากาศแล้งจัดแบบนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบหนักแค่ภาคเกษตร แต่บอกเลยว่าข้าวทุกจานกำลังจะแพงขึ้นอีกแน่นอน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ !?
"Talk Time" EP.นี้ จะมาวิเคราะห์ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญที่จ่อซัดเศรษฐกิจไทยกับนายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สมาคมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย
ปีนี้ประเทศไทยเผชิญภาวะเอลนีโญซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม และจะเข้าสู่จุดพีคกลายเป็น "ซูเปอร์เอลนีโญ" ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจร้อนจัดในรอบ 170 ปี !
ช่วงพีคที่ใกล้เข้าหน้าฝนพอดี อาจทำให้ปีนี้ฝนทิ้งช่วงและปริมาณลดลง จากปีก่อนน้ำท่วมแต่ปีนี้จะกลับกลายเป็นน้ำแล้ง โดยคาดว่าจะลากยาวไปจนถึงต้นปีหน้า
โดยเฉพาะการเพาะปลูกนอกพื้นที่เขตชลประทาน ที่พึ่งพาน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ซึ่งพืชเศรษฐกิจที่เสี่ยงหนัก หนีไม่พ้น
ข้าวนาปี-นาปรัง : จะมีปัญหาเนื่องจากขาดแคลนน้ำ
อ้อย : ความหวานจะลดลง กระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลและเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอลล์
มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ : ผลผลิตจะมีขนาดเล็กลงและปลูกได้น้อยลง
ผลไม้ภาคตะวันออก: อาทิ ทุเรียนและเงาะจะขาดแคลนน้ำ ภาคตะวันออกเสี่ยงต้องแย่งชิงน้ำระหว่างภาคเกษตร อุตสาหกรรม และท่องเที่ยว
ปาล์มน้ำมัน : หากขาดน้ำทลายปาล์มจะมีขนาดเล็กลงเช่นกัน
คาดว่าค่าครองชีพจะสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น อาหารจากจานละ 50 บาท อาจพุ่งเป็น 70 บาท ทั้งผลกระทบจากสงครามที่ลากยาวอยู่แล้ว ซ้ำด้วยเรื่องซูเปอร์เอลนีโญต่ออีก
ภาพใหญ่เศรษฐกิจไทย อาจถดถอยยาว ๆ หากกรณีเลวร้ายที่สุดคือ 5 ปีต่อจากนี้ GDP ไทยจะโตไม่เกินปีละ 2%
ด้านบริหารจัดการน้ำ : หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) หรือ กรมชลประทาน ต้องบูรณาการแผนร่วมกันอย่างเป็นธรรมเพื่อจัดสรรน้ำและผันน้ำไปช่วยพื้นที่วิกฤต รวมถึงผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมลงทุนในเทคโนโลยีกลั่นน้ำทะเลมาใช้
ด้านเกษตรกรรม : ส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยในเขตนอกชลประทาน และต้องมีมาตรการประกันราคาพืชผลเพื่อไม่ให้เกษตรกรขาดทุน
ด้านการส่งออก : รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ต้องเร่งหาตลาดใหม่ ๆ เช่น แอฟริกา เพื่อส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งไทยยังมีข้อได้เปรียบที่เป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก
ด้านพลังงาน : รัฐต้องส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น อาทิ การลดหย่อนภาษี หรือ การสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ เป็นต้น
https://youtu.be/Q2Lx8mYRCu8