กรมป้องกันฯ เผยยังเหลือสถานการณ์น้ำท่วม 7 จังหวัด กำชับเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

ข่าวทั่วไป Thursday August 17, 2017 10:02 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2560 ทำให้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 44 จังหวัด 302 อำเภอ 1,689 ตำบล 13,673 หมู่บ้าน 43 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 583,448 ครัวเรือน 1,850,403 คน ผู้เสียชีวิต 34 ราย เบื้องต้นบ้านเรือนได้เสียหาย 2,754 หลัง แยกเป็น เสียหายบางส่วน 2,559 หลัง เสียหายทั้งหลัง 15 หลัง ถนน 2,401 สาย คอสะพาน 111 แห่ง ประมง 21,732 บ่อ ปศุสัตว์ 801,943 ตัว พื้นที่การเกษตร 4,055,227 ไร่

ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 37 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 7 จังหวัด 32 อำเภอ 200 ตำบล 1,237 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 43,980 ครัวเรือน 136,616 คน จุดอพยพ 37 จุด 1,818 ครัวเรือน 6,451 คน แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 จังหวัด และภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่

1. จ.สกลนคร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 18 อำเภอ 124 ตำบล 1,509 หมู่บ้าน 43 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 136,582 ครัวเรือน 431,277 คน ผู้เสียชีวิต 11 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 892,793 ไร่ แยกเป็น นาข้าว 858,161 ไร่ พืชไร่ 19,780 ไร่ และพืชสวน 14,852 ไร่ ปศุสัตว์ 704,284 ตัว ด้านประมงเสียหาย 7,213.97 ไร่ ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกุสุมาลย์ และอำเภอโคกศรีสุพรรณ รวม 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน 31 ครัวเรือน 95 คน

2. จ.กาฬสินธุ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 18 อำเภอ 126 ตำบล 1,276 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 34,087 ครัวเรือน อพยพประชาชน 76 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 285,284 ไร่ ปศุสัตว์ 12,410 ตัว ประมงเสียหาย 1,843.75 ไร่ ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอยางตลาด อำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย และอำเภอร่องคำ รวม 44 ตำบล 448 หมู่บ้าน 14,929 ครัวเรือน 44,787 คน

3. จ.นครพนม ฝนที่ตกหนักและมวลน้ำจากหนองหาร จังหวัดสกลนครไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ 79 ตำบล 659 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,541 ครัวเรือน 64,857 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 186,663 ไร่ ผู้เสียชีวิต 4 ราย ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนาแก อำเภอนาหว้า รวม 6 ตำบล 8 หมู่บ้าน 57 ครัวเรือน 171 คน

4. จ.ร้อยเอ็ด น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 20 อำเภอ 182 ตำบล 2,093 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 84,522 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 4 ราย อพยพประชาชน 498 ครัวเรือน 1,755 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 780,542 ไร่ ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสลภูมิ อำเภอเชียงขวัญ อำเภอจังหาร อำเภอโพธิ์ชัย และอำเภอทุ่งเขาหลวง รวม 10 ตำบล 18 หมู่บ้าน 1,460 ครัวเรือน 4,380 คน

5. จ.ยโสธร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 9 อำเภอ 61 ตำบล 398 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,019 ครัวเรือน อพยพประชาชน 32 ครัวเรือน 70 คน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 126 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 121,987 ไร่ ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยโสธร อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย และอำเภอค้อวัง รวม 12 ตำบล 32 หมู่บ้าน 336 ครัวเรือน 1,008 คน

6. จ.อุบลราชธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 22 อำเภอ 110 ตำบล 719 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,330 ครัวเรือน 62,020 คน ผู้เสียชีวิต 1 ราย อพยพประชาชน 2,600 ครัวเรือน 8,754 คน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 796 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 206,837 ไร่ ปัจจุบันยังมีสถานการณ์ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ อำเภอม่วงสามสิบ และอำเภอเขื่องใน

7. จ.พระนครศรีอยุธยา ผลกระทบจากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ ทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางบาล อำเภอเสนา อำเภอบางปะอิน อำเภอผักไห่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอบางไทร รวม 74 ตำบล 377 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,814 ครัวเรือน

ทั้งนี้ กรมป้องกันฯ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ พร้อมกำชับจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจ และจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ส่วนจังหวัดที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัยให้ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย ควบคู่กับการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยเชื่อมโยงการระบายน้ำในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ