(เพิ่มเติม) สธ.เล็งยกระดับคัดกรองผู้เดินทางมาจากสิงคโปร์-ฮ่องกง หลังพบมียอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

ข่าวทั่วไป Thursday February 13, 2020 14:57 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

(เพิ่มเติม) สธ.เล็งยกระดับคัดกรองผู้เดินทางมาจากสิงคโปร์-ฮ่องกง หลังพบมียอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้นอกจากสถานการณ์ในประเทศจีนที่มียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็วแบบก้าวกระโดดแลัว ยังรวมถึงสิงคโปร์ และฮ่องกงด้วยเช่นกัน ดังนั้นกรมควบคุมโรคกำลังติดตามสถานการณ์ใน 2 ประเทศนี้อย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีความจำเป็นต้องเริ่มเฝ้าระวังและคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจาก 2 ประเทศ ก็จะยกระดับการคัดกรอง และติดตามผู้เดินทางจาก 2 ประเทศนี้ด้วย ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่าสถานการณ์ของ 2 ประเทศดังกล่าว ค่อนข้างจะควบคุมโรคได้ยาก และไทยอาจจะต้องยกระดับการติดตามผู้เดินทางที่มาจาก 2 ประเทศนี้ภายใน 1-2 วันนี้

(เพิ่มเติม) สธ.เล็งยกระดับคัดกรองผู้เดินทางมาจากสิงคโปร์-ฮ่องกง หลังพบมียอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

"เกณฑ์ที่กรมฯ ใช้ คือ มาจากในประเทศที่เริ่มแพร่ระบาดต่อเนื่อง และประเทศไหนที่เราพิจารณาแล้วว่า ความเสี่ยงของการที่จะเริ่มเจอผู้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยที่ติดเชื้อเข้ามา เราจะเริ่มเฝ้าระวัง และคัดกรองผู้โดยสาร หลังจากจะติดตามเฝ้าระวังเขาในประเทศอย่างต่อเนื่อง คาดว่าเราจะยกระดับเรื่องการเฝ้าระวัง 2 ประเทศ ในวันนี้หรือพรุ่งนี้" รองอธิบดีกรมควบคุมโรคระบุ

ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงความคืบหน้าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ว่า ล่าสุดวันนี้มีผู้ป่วยยืนยันซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชายชาวจีน 1 ราย อาการหายดี ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการเป็นลบ และเตรียมจะเดินทางกลับบ้านได้ ซึ่งได้มารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ สธ.ค้นพบจากการที่เป็นผู้สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า

ส่วนผู้ป่วยยืนยันรายอื่นๆ อาการเริ่มดีขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยอีก 2 รายที่ยังอาการหนักมาตั้งแต่แรกรับเข้ามาที่สถาบันบำราศฯ นั้น ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญยังคงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งสรุปว่าขณะนี้จำนวนผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหาย และกลับบ้านได้แล้วมีทั้งสิ้น 12 ราย ยังเหลือรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 21 ราย และไม่มีการพบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ภายในประเทศเพิ่มเติม รวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมจนถึงปัจจุบัน 33 รายเท่าเดิม

อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กับคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดทำแบบคัดกรองตนเองในรูปแบบออนไลน์ สำหรับผู้ที่สงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน 3 ภาษา คือ ภาษาไทย, ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ ได้เข้าไปทำแบบสอบถาม 4 ข้อ เพื่อประเมินสถานะของตัวเองว่าจะเข้าข่ายเป็นผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ ได้ที่ http://www.sescimande.net/Self-Screening/ "ตอนนี้ ประเทศไทยอยู่ในระยะที่มีการติดเชื้อในประเทศ ดังนั้นต้องให้ประชาชนตระหนัก และพิจารณาตัวเองว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ที่จะป้องกันตนเอง ตลอดจนหากมีความเสี่ยงและเริ่มมีอาการ จะได้เดินเข้าสู่ระบบ ตามสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ" อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุ

ส่วนกรณีเรือท่องเที่ยว Westerdam ซึ่งได้ถูกหลายประเทศรวมทั้งไทยปฏิเสธเข้าเทียบท่าเรือ โดยล่าสุดได้ไปจอดเทียบท่าที่สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชานั้น นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ได้สั่งการให้เตรียมแผนไว้รองรับทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่และบุคคลากรตามช่องทางเข้า-ออกต่างๆ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ โดยเป็นการเตรียมการเผื่อไว้ในกรณีที่ผู้โดยสารของเรือท่องเที่ยว Westerdam อาจจะแวะเข้ามาเปลี่ยนเครื่องบินที่ประเทศไทย

"ย้ำว่ายังเป็นแค่การเตรียมการ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ เรือยังอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ขณะเดียวกันเราได้ประสานข้อมูลกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนดูแลคนไทยที่อยู่บนเรือ Westerdam ซึ่งมีผู้โดยสารชาวไทย 2 คน และลูกเรือชาวไทยอีก 19 คน ซึ่งเป็นธรรมดาที่เราต้องดูแลคนไทยที่อยู่บนเรือ เป็นการวางแผนล่วงหน้า" อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว

พร้อมระบุว่า หากเกิดกรณีผู้โดยสารเรือ Westerdam จะเดินทางเข้ามาเปลี่ยนเครื่องบินในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการเช่นเดียวกับผู้ที่มีความเสี่ยง โดยมีการคัดกรองที่ GATE ในสนามบิน ขณะที่ด่านทางบกนั้น ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับกองตรวจคนเข้าเมืองและจะยกระดับตามความเสี่ยงนั้น ส่วนด่านทางน้ำ แม้จะมีความเป็นไปได้ต่ำ แต่ต้องเตรียมการรองรับไว้ด้วยเช่นกัน

"ขอย้ำว่า ผู้เดินทางยังไม่ได้เป็นผู้ป่วยที่เข้าข่าย เราคงไม่เลือกปฏิบัติที่จะทำให้เกิดการตีตรา...การรีบร้อนไปตีตราเขาก่อน คงไม่ดี" นพ.สุวรรณชัยระบุ

สำหรับกรณีของเรือท่องเที่ยว SEABOURN Ovation ซึ่งมีผู้โดยสาร 495 คน ออกเดินทางจากลังกาวี ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 12 ก.พ.63 และมาจอดเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเช้าวันนี้นั้น นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า เป็นเรือที่จะมาจอดแวะพักที่ท่าเรือภูเก็ตราว 10 ชม. ไม่ได้จอดให้คนลงเข้าเมืองแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขได้เข้าไปตรวจสุขอนามัยบนเรือ พร้อมตรวจสุขภาพของผู้โดยสารและลูกเรือทุกคน ผลไม่พบว่ามีผู้เข้าข่ายเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) แต่อย่างใด ซึ่งได้ทำตามมาตรฐานเดียวกับผู้โดยสารที่มาทางบก ทางเรือ และทางอากาศ

"อย่าตื่นตระหนก ผู้โดยสารเรือกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้ป่วย เรือลำนี้มาแวะพักตามเส้นทางปกติ โดยได้มีการแจ้งเข้า-ออกประเทศอย่างถูกต้อง ตามขั้นตอน" นพ.สุวรรณชัย กล่าว

ส่วนประเด็นของคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่น และยังพักอยู่ที่เรือนรับรองสัตหีบ เพื่อเฝ้าติดตามอาการนั้น ในวันนี้เป็นวันที่ 9 ของการเฝ้าระวัง ซึ่งพบว่าผู้ป่วยยืนยัน 1 รายที่รักษาตัวใน รพ.ชลบุรี ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการครั้งแรกไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว และยังต้องรอผลตรวจอีก 1 ครั้ง หากผลเป็นลบ แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านได้

"คนไทยที่เหลือที่ยังอยู่ในอาคารรับรองที่สัตหีบ อีก 137 คน ทุกคนสบายดี ไม่มีไข้" อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุ

ทั้งนี้ ยอดผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 823 ราย คัดกรองจากสนามบิน 53 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 770 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 673 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 150 ราย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ