เฝ้าระวัง 'โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV' ช่วงฤดูฝน ผู้สูงอายุเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

ข่าวทั่วไป Monday August 10, 2026 14:28 —ThaiPR.net

เฝ้าระวัง 'โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV' ช่วงฤดูฝน ผู้สูงอายุเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจมักพบได้บ่อยขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่ชื้นทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่าย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงจัดให้โรคปอดอักเสบ โรคติดเชื้ออาร์เอสวี โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคโควิด-19 เป็นกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงฤดูฝนปี 2569 โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนมากกว่าประชาชนทั่วไป

เฝ้าระวัง 'โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV' ช่วงฤดูฝน ผู้สูงอายุเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus RSV) ของกรมควบคุมโรค ระบุว่า การติดเชื้อ RSV ในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (Digital Disease Surveillance: DDS) ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-30 เมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสม 1,792 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 17.358 ต่อประชากรแสนคน แม้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่ RSV ยังคงเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในช่วงฤดูฝน

แม้โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV มักถูกมองว่าเป็นโรคในเด็กเล็ก แต่ข้อมูลของกรมควบคุมโรคระบุว่า การติดเชื้อ RSV สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย และก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หากการติดเชื้อลุกลามสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง อาจนำไปสู่โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและอาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ขณะที่ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-26 กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้ป่วยปอดอักเสบสะสม 63,511 ราย มีผู้เสียชีวิต 73 ราย โดยผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีอัตราป่วยสูงถึง 237.70 ต่อประชากรแสนคน ผู้สูงอายุจึงเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบเป็นพิเศษ

ประเทศไทยมักพบการติดเชื้อ RSV เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับฤดูกาลระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม การสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ รวมถึงพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ ซึ่งเชื้อไวรัสสามารถมีชีวิตอยู่ภายนอกร่างกายได้หลายชั่วโมง ส่งผลให้เกิดการแพร่เชื้อได้ง่ายทั้งในครอบครัว ชุมชน และสถานพยาบาล

กรมควบคุมโรคแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ โดยล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากเมื่อมีอาการป่วยหรืออยู่ในสถานที่แออัด หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจ และหลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคทางเดินหายใจ

ทั้งนี้ สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยได้เผยแพร่คำแนะนำในการให้วัคซีน RSV สำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ปี 2569 โดยแนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีอายุ 50-74 ปีที่มีโรคประจำตัว และความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ RSV รุนแรง เช่น ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจเรื้อรัง ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องปานกลางถึงรุนแรง โรคเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อน โรคอ้วนรุนแรง (ดัชนีมวลกายตั้งแต่ 40 กก./ตร.ม.) โรคตับ โรคไตเรื้อรังระยะที่ 4-5 หรือผู้ที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต สามารถเข้ารับวัคซีนได้ตลอดทั้งปี เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV และภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการติดเชื้อ RSV ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับแนวทางป้องกันโรคที่เหมาะสมกับตนเอง และหากมีอาการไข้ ไอ เหนื่อย หรือหายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ