กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎระเบียบใหม่ซึ่งจะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสามารถตรวจค้นแล็ปท็อปและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคอื่นๆของนักท่องเที่ยวได้ ถ้าเห็นว่าจำเป็น แต่การดำเนินการต้องมีความโปร่งใส่และน่าเชื่อถือ
ภายใต้กฎใหม่นี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรต้องดำเนินการตรวจค้นอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคให้เสร็จสิ้นภายใน 5 วัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เหล่านี้ต้องแจ้งและอธิบายให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจเกี่ยวกับการตรวจค้น และภายใน 120 วัน กระทรวงฯจะประเมินผลการดำเนินนโยบายนี้ว่าจะกระทบต่อสิทธิพลเมืองอย่างไร
เจเน็ท นาโปลิตาโน รมว.กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) กล่าวว่า กฎใหม่นี้จะทำให้เกิดความสมดุลระหว่างการเคารพในสิทธิส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของนักท่องเที่ยวทุกคน ขณะเดียวกันก็แน่ใจได้ว่า กระทรวงฯจะสามารถดำเนินการทางกฎหมายถ้าจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงบริเวนพรมแดนสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง อาทิ American Civil Liberties Union (ACLU) กล่าวว่า กฎใหม่ยังไม่มีความโปร่งใสพอ และทางกลุ่มรู้สึกผิดหวังกับกฎใหม่นี้
ACLU และกลุ่มเคลื่อนไหวอื่นๆ ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า นโยบายตรวจค้นแล็ปท็อปเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฉบับแก้ไขครั้งที่ 4 ว่าด้วยการตรวจค้นและยึดโดยขาดเหตุผล
ทั้งนี้ จากข้อมูลของทางการ พบว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐได้ดำเนินการตรวจค้นแล็ปท็อป 1,000 เครื่องในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา และมีเพียง 46 เครื่องที่ถูกตรวจค้นอย่างละเอียด