แอนโทรปิก (Anthropic) สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของสหรัฐฯ ได้ประกาศเปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ล่าสุดเมื่อวันอังคาร (9 มิ.ย.) ในชื่อ "Claude Fable 5" ซึ่งเป็นเวอร์ชันใช้งานทั่วไปของโมเดลตระกูล "Mythos" อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวในครั้งนี้ได้มีการบล็อกความสามารถด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้นำไปใช้ในทางที่ผิด หลังจากที่ตัวโมเดลเวอร์ชันทดลองก่อนหน้านี้เคยสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ด้วยความสามารถในการเจาะหาช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ได้อย่างแม่นยำ
สำหรับ Claude Fable 5 ถือเป็นโมเดลสำหรับใช้งานทั่วไปที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่แอนโทรปิกเคยพัฒนามา โดยชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์และการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งก่อนหน้านี้ในเดือนเม.ย. แอนโทรปิกได้จำกัดสิทธิ์การเข้าใช้งานโมเดลตระกูล Mythos ไว้เฉพาะกลุ่มองค์กรพันธมิตรราว 200 แห่ง รวมถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้โครงการกลาสวิง (Glasswing) เท่านั้น เนื่องจากตัวโมเดลมีขีดความสามารถสูงจนสามารถตรวจพบช่องโหว่ในระบบซอฟต์แวร์ได้มากกว่าหลายพันจุด
ทางด้านความปลอดภัย แอนโทรปิกเน้นย้ำว่าได้ทำการทดสอบระบบป้องกันอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีผู้ใช้รายใดสามารถพลิกแพลงคำสั่งเพื่อเลี่ยงกฎความปลอดภัยได้ โดย ไดแอน เพนน์ หัวหน้าฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์วิจัยและห้องปฏิบัติการของแอนโทรปิก ยกตัวอย่างว่า หากมีนักศึกษาสั่งให้ Fable 5 ช่วยหาช่องโหว่ทางไซเบอร์ในโค้ดหรือโปรแกรมใด ๆ ระบบจะปฏิเสธคำสั่งดังกล่าวทันที และจะสลับไปใช้โมเดลรุ่นรองอย่าง Opus 4.8 ในการตอบคำถามแทน
ในส่วนของโครงสร้างราคา ทั้ง Fable 5 และโมเดลตัวเต็มอย่าง Mythos 5 จะคิดค่าบริการเท่ากันที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้านอินพุตโทเคน (Input Tokens) และ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้านเอาต์พุตโทเคน (Output Tokens) แม้ราคาต่อหน่วยจะสูงขึ้น แต่เพนน์ระบุว่า Fable 5 ประมวลผลโดยใช้จำนวนโทเคนน้อยลง ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อหนึ่งคำสั่งงานลดต่ำลงตามไปด้วย
สำหรับการเข้าใช้งานกลุ่มผู้ใช้เดิมที่เคยเข้าถึงโมเดลรุ่นพรีวิว (เวอร์ชันที่ไม่มีระบบล็อกความสามารถ) จะได้รับการอัปเกรดเป็น Claude Mythos 5 ทันที ส่วนผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเข้าถึงความสามารถขั้นสูงเพิ่มเติม แอนโทรปิกมีแผนจะทยอยเปิดสิทธิให้ใช้งานในอนาคตผ่านโครงการคัดกรองพิเศษเฉพาะกลุ่ม
การเปิดตัวโมเดลใหม่ในวงกว้างครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของแอนโทรปิกในการรักษาฐานผู้ใช้และความได้เปรียบทางธุรกิจ ในฐานะบริษัทที่มีมูลค่ากิจการสูงถึง 9.65 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแซงหน้าคู่แข่งอย่างโอเพนเอไอ (OpenAI) ไปแล้ว ท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดของทั้งสองสตาร์ตอัปยักษ์ใหญ่ที่กำลังเตรียมตัวนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO)