
นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล แถลงผลการหารือภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี และมีผลให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ โดยนายภูมิธรรม ระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาล จะจับมือกันตั้งรัฐฐาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำให้เร็วที่สุด แต่ยังไม่สรุปว่าจะเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ หนึ่งในแดนดิเดตของพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะจะต้องพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนการที่แกนนำพรรคกล้าธรรมไม่ได้เข้าร่วมการแถลงข่าวครั้งนี้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ณ ขณะนี้ยังถือว่าพรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังร่วมมือกันอยู่
หรือไม่นายภูมิธรรม กล่าวว่า สถานการณ์ในวันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตามที่นายกรัฐมนตรีได้แสดงความคิดเห็น และแสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว พวกเราทุกคนได้ให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี และคิดว่าในสถานการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ควรที่จะอย่างยิ่งที่ต้องเกิดความต่อเนื่อง ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เราไม่อยากให้เกิดสุญญากาศที่จะเป็นปัญหา ดังนั้น ได้คุยกันแล้ว เรายังจับมือร่วมกันเป็นรัฐบาลในช่วงรักษาการนี้ต่ออย่างถึงที่สุด เพื่อสามารถทำให้งานต่อเนื่องได้ และไม่มีผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน
"เรายังจับมือร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล โดยให้พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำในการดำเนินการที่จะมีการจัดตั้งไปตามระบบประชาธิปไตยอย่างถูกต้อง เพื่อให้เกิดการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ ถือเป็นหัวใจสำคัญได้ดำเนินการไปต่อเนื่อง"ขณะนี้ พรรคทั้งหมดที่มาคุยกันวันนี้มีหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค ทั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคประชาธิปัตย์, พระประชาชาติ, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคชาติพัฒนา ทั้งหมดที่เป็นรัฐบาลเรายังร่วมมือกันอยู่ และพรรคเพื่อไทยยังเป็นพรรคที่ดำเนินการต่อไปการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยจะรายงานให้พรรคร่วมรัฐบาลทราบเป็นระยะ หากสภาเปิดเมื่อไหร่ กระบวนการในการเลือกนายกรัฐมนตรี ก็จะเกิดขึ้น เป็นไปให้เร็วที่สุด เป็นไปตามกลไก และให้การเดินหน้าของการทำงานเร็วที่สุด
ส่วนที่มีรัฐมนตรีบางพรรค ไปแสดงจุดยืนกับพรรคฝ่ายค้าน นายภูมิธรรม ระบุว่า ตรงนี้อย่าเพิ่งไปพิจารณา หรือดำเนินการใด ๆ การที่เราอยู่ตรงนี้สิ่งสำคัญคือความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย เรายังเชื่อมั่นว่าสามารถดำเนินการต่อไปได้ เพื่อไทยมั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
ส่วนจะดันนายชัยเกษม เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ก็ต้องพูดคุยกัน และจะทำให้เร็วที่สุดในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล
ขณะที่พรรคกล้าธรรม ณ เวลานี้ ยังอยู่ร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็ยังอยู่ แม้ไม่ได้เข้ามาในขณะนี้ แต่ก็ไม่ได้ยืนยันว่าจะไปหรือจะอยู่ และไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ การที่สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติบางส่วน ไปปรากฏตัวอยู่อีกฝ่าย จะทำให้เสียงไม่ครบหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า คิดว่าเราจะรู้อีกทีในวันที่ตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ใครจะไปตรงไหน กินข้าวตรงไหน เขาก็เป็นเพื่อนกัน คิดว่าต้องเป็นการแจ้งอย่างเป็นทางการของแต่ละพรรค ขอให้เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยทำหน้าที่อย่างเต็มที่ จัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยวันพรุ่งนี้ในการประชุม ครม.นัดพิเศษก็จะมีการหารือกัน
สำหรับเงื่อนไขพรรคประชาชนที่บอกว่าจะยกมือโหวตให้หากมีการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภาภายใน 4 เดือน นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาธิปไตย เราพร้อมสนับสนุน ดังนั้น ขอให้ใช้ดุลพินิจพิจารณา
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวถามว่าหนักใจที่กลุ่มผู้ชุมนุมนัดชุมนุมในวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค.นี้หรือไม่ นายภูมิธรรม ไม่ตอบคำถาม และได้เดินทางขึ้นรถออกจากโรงแรมทันที
ขณะที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ตอบคำถามถึงเรื่องที่มี สส. บางส่วน เดินทางไปแสดงความยินดี และให้กำลังใจที่พรรคภูมิใจไทย และยืนยันว่า ตนเองยังอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อถามว่าสถานการณ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล เป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เป็นไปตามที่แถลงข่าว พร้อมย้อนถามสื่อว่า ได้ฟังหรือไม่
ด้านพรรคกล้าธรรม นำโดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค แถลงจุดยืนว่า เราต้องการให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ โดยยึดหลักประโยชน์ 3 สถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ส่วนเราจะจับมือร่วมกับใครนั้น ขอดูทิศทางการบริหารประเทศของทั้ง 2 ฝ่าย และสอดคล้องกับแนวทางของกล้าธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ เราจะต้องฟังมติของสมาชิกพรรคด้วย
"จุดยืนของพรรคกล้าธรรม คือ การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญเราก็พร้อมที่จะร่วมมือกันแก้ไข และกฎหมายอื่นๆ ที่จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาของประชาชนและประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้"นางนฤมล กล่าวเมื่อถามว่าทำไมพรรคกล้าธรรม ถึงไม่ได้เดินทางไปร่วมกับอดืตพรรคร่วมฯ นางนฤมล บอกว่า ตอนที่ศาลอ่านคำวินิจฉัยก็อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลกับ ครม.และนายกฯ แต่เราจะเดินหน้าต่ออย่างไรคงตัดสินใจด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ เพราะเราเป็นพรรคการเมือง ต้องรับฟังความเห็นของสมาชิกพรรคทุกคน และต้องขอมติของทุกคนในพรรคว่าจะเดินไปในทิศทางใด จึงกลับมาที่พรรคก่อนเพื่อที่จะถามพี่น้องพรรคกล้าธรรมว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร จึงต้องมารับฟังความเห็นของสมาชิกพรรคก่อน