นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาการนายรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยประกาศตั้งรัฐบาล โดยอ้างรวมเสียงได้กว่า 280 เสียงนั้นว่า พรรคประชาชนไม่เคยบอกว่าจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทย มีเพียงพรรคประชาชนเสนอเงื่อนไข ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าพรรคประชาชนจะรอดูพรรคร่วมทั้งหมดก่อนตัดสินใจ และเวลานี้อยากถามว่า หากพรรคประชาชนจะตัดสินใจ ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ใครมีความเหมาะสมจะร่วมงานมากที่สุด
"ขอถามว่าพรรคภูมิใจไทยรวม 280 เสียงได้ เอาพรรคประชาชนไปรวมเสียงโดยที่เขาไม่ยืนยัน จะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่ ดังนั้นวันนี้ส่วนตัวเชื่อว่า พรรคประชาชนต้องใช้เหตุผล ใช้การตัดสินใจอย่างเต็มที่ เพราะส่วนตัวไม่เชื่อว่า พรรคประชาชนจะรีบตัดสินใจอะไร เพราะข้อเสนอที่เสนอมา สำหรับพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีขัดข้อง แหนงใจกัน เพราะว่าเรื่องรัฐธรรมนูญ และเรื่องประชามติ ตนเคยเป็นประธานในการผลักดันเรื่องนี้มาตลอด ดังนั้นส่วนตัวเห็นว่าพรรคประชาชนคุยกับพรรคเพื่อไทยจะง่ายกว่าคุยกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งกำลังคุยกันอยู่" นายภูมิธรรม ระบุส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยประกาศตั้งรัฐบาลแล้ว แต่พรรคเพื่อไทยยังคงรอรวมเสียงอยู่นั้นจะเสียเปรียบหรือไม่ นายภูมิธรรม ยืนยันว่า ไม่ใช่ ขณะนี้หลายคนเข้าใจผิด เพราะพรรคภูมิใจไทยกำลังพยายามประกาศตัวเอง แต่ย้ำว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแล้ว แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง คนที่ถูกเลือกออกมารับผิดชอบแทนนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ปฏิบัติการแทนนายกรัฐมนตรีมีอำนาจทำทุกอย่างได้ ไม่ว่าจะโยกย้ายข้าราชการ ไม่ว่าจะจ่ายงบฉุกเฉินและเบิกจ่ายใด ๆ ทำได้หมด หรือแม้กระทั่งยุบสภาก็ได้
ส่วนจะมีเหตุผลใดที่จะทำให้รัฐบาลยุบสภาหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ตัดสินใจขึ้นอยู่กับว่าทางที่เป็นประโยชน์ที่สุดจะยุบสภา แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดเรื่องยุบสภาเลย พูดเรื่องตั้งรัฐบาลให้ได้และแก้ปัญหาประเทศให้ได้ ขณะนี้อยู่ในเรื่องของการเตรียมการตั้งรัฐบาลและไม่ได้กำหนดว่าจะต้องใช้วันเวลาแค่ไหนที่จะยื่นให้สภาฯ พิจารณาและขณะนี้ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ดีกว่าตอนเป็นรักษาการอีกก็ใช้อำนาจได้เต็มที่
"วันนี้ไม่ยุบสภา ใกล้ ๆ ก็ยังไม่ยุบสภา ต้องแก้ปัญหาเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อย"ส่วนกรณีพรรคกล้าธรรม นายภูมิธรรม กล่าวว่า เท่าที่คุยทุกคนยังไม่ได้ตัดสินใจ ก็แล้วแต่ว่าพิจารณาเรื่องใดเหมาะสมสำหรับที่จะร่วมกันเป็นรัฐบาล ยืนยันว่า เสียงส่วนใหญ่ยังอยู่ด้วย เมื่อวานนี้มีการจับมือกันแถลงแล้ว
"ถามว่าภูมิใจไทยจะตั้งรัฐบาลได้หรือ ต้องให้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไปนั่งคิดให้มาก ๆ ก่อน ว่าพูดอะไรมา ถ้าเลื่อนลอย ความเชื่อถือของคนจะมีหรือเปล่า พรรคเพื่อไทยวันนี้ได้มอบหมายให้สามารถที่จะดึงคนเข้ามาร่วมได้มากขึ้น และพรรคร่วมรัฐบาลก็จับมือกันและพูดกันชัดเจนแล้วว่าอย่างไรก็ตาม จะทำทั้งเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น หรือการทำประชามติก็ดีที่คุยกันเมื่อวานก็ไม่มีใครขัดข้อง ซึ่งทุกคนก็พร้อมจะทำ ดังนั้นเห็นว่า ฝันกลางวันหรือเปล่าพรรคภูมิใจไทย" นายภูมิธรรม กล่าวด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงความคืบหน้าการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล โดยมั่นใจว่าเสียงมีจำนวนเพียงพอ ซึ่งตามหลักการที่พรรคร่วมรัฐบาลได้แถลงไปเมื่อวานนี้ก็ยังเป็นพรรคร่วมเดิมอยู่
ส่วนกรณีพรรคภูมิใจไทย ประกาศว่าสามารถรวมเสียง สส.ได้ 280 เสียงแล้วนั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุป พรรคภูมิใจไทยสามารถรวมเสียงได้ 280 เสียง เพราะพรรคประชาชนยังไม่ได้ตอบรับ แล้วมาทึกทักเอาเอง พรรคประชาชนยังไม่ตอบรับอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับพรรคกล้าธรรมก็ยังไม่ได้ตอบรับ ตัวเลขนี้จึงยังไม่สามารถสรุปได้
ส่วนข้อเสนอของพรรคประชาชนในเรื่องการทำประชามตินั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องคุยกันในรายละเอียด แต่ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรมากมาย ขึ้นอยู่กับทีมเจรจาของ 2 พรรคการเมืองที่จะคุยกัน และในเรื่องนี้ ดีเอ็นเอของพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยไม่ห่างกัน ใกล้เคียงกันอยู่ นโยบายหลายอย่างมีความสอดคล้อง และคล้ายคลึงกันอยู่
ส่วนหากพรรคเพื่อไทยรวมเสียงไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะเห็นรัฐบาลรักษาการประกาศยุบสภาหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ต้องดูกฎหมายว่ารักษาราชการแทนายกรัฐมนตรีมีอำนาจยุบสภาหรือไม่ ต้องให้เกิดความชัดเจนถึงจะกล้าตัดสินใจเรื่องนี้
นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง 3 ข้อเสนอของพรรคประชาชนว่า ได้มีการพูดคุยกันแบบเป็นหลังบ้าน สิ่งที่เสนอมาไม่ใช่เป็นไปไม่ได้แต่ต้องรู้ว่าทำได้แค่ไหน อย่างเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญขอให้ไปย้อนดูว่าพรรคไหนเป็นคนที่ขัดขวาง ดังนั้นเราต้องพิจารณา ไม่ใช่ว่าอยากเป็นจนรับปากแล้วมันเป็นไปไม่ได้ 4 เดือนไม่เสร็จอาจจะต่อรองเป็น 6 เดือน หากวันไหนเรียบร้อยเบ็ดเสร็จ หรือเป็นไปตามที่พูดคุยกันไว้ก็จะมีการไปเทียบเชิญอย่างเป็นทางการ แต่ย้ำว่าทุกอย่างที่เราตัดสินใจไปต้องเป็นไปได้
นายสรวงศ์ กล่าวต่อว่า หากย้อนกลับไปจริง ๆ พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนเป็นน้ำเดียวกัน เพราะเรามีจุดยืนเดียวกันคือคงไว้ซึ่งประชาธิปไตย แต่ถูกแยกโดยเหตุการณ์การเมือง การเมืองบังคับให้เป็นแบบนั้น