นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาระบุถึง ความเชื่อมโยงคดีเครือข่ายธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ที่ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ ธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย แชร์ลูกโซ่ หรือแก๊งธุรกิจข้ามชาติใดๆ ทั้งสิ้น
นายภาวุธ ระบุว่า จากภาพถ่ายที่ปรากฏร่วมกับผู้บริหาร QRS บนสื่อออนไลน์นั้น เป็นภาพจากการร่วมงานพบปะระหว่างกลุ่มนักเทรด ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ผู้ร่วมงานจะถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหาร แต่อาจเป็นเพราะตนมีสถานะทางสังคมจึงทำให้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ โดยวันนั้นเข้าร่วมงานในฐานะ นักเรียนเพื่อศึกษาเทคนิคการดูกราฟ ส่วนเนื้อหาในคลิปเป็นเพียงการสัมภาษณ์เพื่อแชร์ประสบการณ์การเทรดส่วนตัว ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อหรือการเชิญชวนให้สมัครใช้บริการโบรกเกอร์ใดๆ โดยยืนยันไม่เคยทำหน้าที่เป็นผู้สอนหรือชักชวนบุคคลอื่นให้มาร่วมลงทุน
ส่วนประเด็นการเดินทางไปต่างประเทศว่า เกิดจากการนำคะแนนสะสม (Reward Points) ที่ได้จากยอดการเทรดทองคำไปแลกเป็นทริปเดินทางตามเงื่อนไขของระบบ ซึ่งมีลักษณะเดียวกับการสะสมแต้มจากการซื้อสินค้าทั่วไป
"ในส่วนข้อสงสัยอื่นๆ ขณะนี้ผมกำลังรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนที่สุด ซึ่งส่วนหนึ่งยังอยู่ระหว่างรอเอกสารจากสถาบันการเงิน ยืนยันว่า เมื่อเอกสารพร้อม ผมจะเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับทาง DSI โดยตรงอย่างแน่นอน" นายภาวุธ ระบุนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า จากการพูดคุยเบื้องต้น นายภาวุธ ยืนยันความพร้อมที่จะกลับมาทำหน้าที่ในวันพรุ่งนี้ และพร้อมจะชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อสังคมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยตรงการออกมาเคลื่อนไหวผ่านเพจเฟซบุ๊กสื่อของนายภาวุธในช่วงที่ผ่านมา เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า พร้อมที่จะชี้แจงข้อมูลทั้งหมดตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องการ
ปัจจุบันสถานะของนายภาวุธเป็นเพียง "ผู้ต้องสงสัย" ยังไม่ใช่ "ผู้ต้องหา" เมื่อดีเอสไอยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาที่ชัดเจน ทางทีมทนายความจึงต้องระมัดระวังในการสื่อสารเพื่อไม่ให้กระทบต่อรูปคดีหรือตกหลุมพรางของฝั่งตรงข้ามที่พยายามลากเรื่องนี้ให้กลายเป็นประเด็นการเมือง ดังนั้น ตอนนี้ดีเอสไอต้องให้คำชี้แจงว่า จะกล่าวหานายภาวุธเรื่องอะไร ซึ่งเชื่อว่า นายภาวุธพร้อมเข้ามาชี้แจงและให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ที่สุด
นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า หากในอนาคตคดีนี้ถูกยกระดับให้เป็นคดีพิเศษ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากมีสมาชิกของพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องต่างๆ เราพร้อมดำเนินการตามมาตรฐานเดียวกันกับทุกกรณี พร้อมเรียกร้องให้ดีเอสไอดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาและเท่าเทียม ยกตัวอย่าง ผู้สมัคร สส.เขต 33 กทม. พรรคประชาชน ที่สุดท้ายอัยการไม่ได้ดำเนินการฟ้องต่อ เพราะพยานหลักฐานไม่ได้มีน้ำหนักมากเพียงพอ ตอนนั้นมีเพียงข้อกล่าวหาและมีหมายจับออกมา
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ควรมีการเลือกปฏิบัติ ควรดำเนินการตามกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมเท่าเทียมกัน
"ตนอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ระบอบสีน้ำเงินพยายามกินรวบอำนาจรัฐ และอำนาจเศรษฐกิจไว้อยู่ในเครือข่ายของเขาเอง ซึ่งเป็นเรื่องจริงมากขึ้นเรื่อยๆ"นายณัฐพงษ์ กล่าว