น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน (ปชน.) ลงพื้นที่ตลาดกลางดินแดง ร่วมกิจกรรมหาเสียงกับ นายกัณตภณ ดวงอัมพร ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขตพญาไท-ดินแดง พรรคปชน. เบอร์ 7 ในส่วนของการที่มีคนตั้งคำถามเกี่ยวกับ การแก้มาตรา 112 หรือประเด็นเกี่ยวกับทหาร น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า พรรคเจอปัญหาในลักษณะนี้มาอยู่แล้ว ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้วปี 66 ยอมรับว่าต้องทำความเข้าใจและมีสติในการรับมือ แต่ไม่กังวลว่าจะเป็นการเสียเปรียบทางการเมือง การที่มีกระแสขึ้นมาในช่วงใกล้เลือกตั้ง บางส่วนเป็นเฟคนิวส์ แต่อีกมุมก็ได้เห็นว่าพอมีภาพ ผู้สมัครสส. ของพรรค โดนต่อว่าหรือโดนทำร้ายร่างกาย ก็มีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจ ไปจนถึงนำคลิปเหล่านั้นไปให้ญาติพี่น้องดูแล้วเปลี่ยนใจก็มีเช่นกัน
น.ส.ศิริกัญญา ยอมรับว่า แม้ไม่รู้สึกเสียเปรียบ แต่รู้สึกเสียดาย แทนที่จะใช้สมาธิไปกับการพูดเรื่องนโยบายของพรรค พูดถึงสิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้น หากพรรคปชน. เป็นรัฐบาล กลายเป็นว่าต้องมาคอยตอบคำถาม ต้องมาคุยกันเรื่องนี้
สำหรับนโยบายเด่น ๆ ที่พรรคจะใช้ในการจูงใจคนกรุงเทพฯ ก็มีหลากหลายด้านที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็น PM 2.5, ปัญหาค่าครองชีพ ก็จะพยายามแก้ปัญหาในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐบาล อย่างเรื่อง PM 2.5 ส่วนหนึ่งเกิดจากในกรุงเทพฯ อีกส่วนเกิดจากพื้นที่อื่น ๆ ก็ต้องใช้กลไกของรัฐบาลในการป้องกันไม่ให้เกิดการเผาในพื้นที่เกษตร
ในเรื่องของค่าครองชีพ ทางพรรคก็มีนโยบายลดค่าไฟ ซึ่งหลายรัฐบาลพยายามลด แต่ติดปัญหากลุ่มทุนต่าง ๆ ซึ่งเราคิดว่าเราอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในการเป็นตัวกลางเจรจาเรื่องนี้ให้กับประชาชน และไม่มีความกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนใด ส่วนค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า จะไม่ได้ชูนโยบายที่ให้ราคาถูกมาก แต่เป็นค่าโดยสารที่สมเหตุสมผล เดินทางไปไหนก็ได้ โดยที่ไม่เกิน 45 บาท ตลอดสาย
ส่วนเรื่องค่าเช่า ก็มีนโยบายที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าเช่า 1,000 บาท ให้กับประชาชนที่ยังไม่มีบ้าน ซึ่งคนกรุงเทพฯ มีปัญหาหลากหลาย ไม่ได้คิดว่าจะต้องชูนโยบายใดเป็นพิเศษ แต่จะเป็นการนำเสนอภาพรวมของนโยบายมากกว่า ตนคิดว่าคนกรุงเทพฯ ไม่อาจจะซื้อใจได้ด้วยนโยบายใดนโยบายหนึ่ง
ขณะที่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคปชน. ลงพื้นที่ช่วยนายชลธาร ซับไพบูลย์เลิศ ผู้สมัคร สส. กทม. เขตพระโขนง-บางนา หาเสียงที่บริเวณตลาดมหาสิน สุขุมวิท 101 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นายวีระยุทธเดินช่วยผู้สมัครหาเสียงอย่างเป็นทางการในพื้นที่กรุงเทพฯ
นายวีระยุทธ์ กล่าวว่า ในพื้นที่เขตบางนาพระโขนง มักมีปัญหารถติดเมื่อมีฝนตกหนัก ซึ่งมองว่าปัญหานี้เป็นปัญหาในระดับพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องดำเนินการ หากผลักดันพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานครได้สำเร็จ ให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเบ็ดเสร็จ เปลี่ยนผู้อำนวยการเขตจากการแต่งตั้งเป็นการเลือกตั้ง ก็จะทำให้การทำงานง่ายขึ้น และเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง ทุกอย่างต้องแก้ไข ในระดับประเทศและระดับพื้นที่ไปพร้อม ๆ กัน
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเลือกรัฐบาลใหม่ที่ไม่ใช่เปลี่ยนเป็นแค่เขตบางนาพระโขนง แต่ยังจะเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารประเทศด้วย ที่ผ่านมาเราเคยเห็นรัฐบาล จากสีแดง สีน้ำเงิน สีฟ้า และสีเขียวมาแล้ว ดังนั้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขอเปลี่ยนเป็นรัฐบาลสีส้ม เข้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลง สีส้มเป็นสีแห่งรุ่งอรุณ สีแห่งความหวัง มีนโยบายใหม่ ๆ จะมานำเสนอให้กับประชาชน เช่น โครงการหวยใบเสร็จ ที่จะช่วยผู้ประกอบการรายย่อยในการเพิ่มยอดขาย เพราะเมื่อโครงการคนละครึ่ง หมดไปแล้วพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็สะท้อนกลับมาว่ากำลังซื้อเริ่มหดหาย ดังนั้น โครงการหวยใบเสร็จจะทำแบบถาวรที่จะดึงกำลังซื้อมาอยู่ในร้านค้าในท้องตลาด ซึ่งนโยบายนี้ในต่างประเทศก็มี เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้ค้ารายย่อย
ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนกำลังถูกโจมตีจากวาทะกรรมเดิม ๆ ตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่มาพรรคก้าวไกล เช่น ทหารมีไว้ทำไมนั้น เรื่องนี้แกนนำพรรคหรือผู้แทนของพรรคทุกคนพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง ทุกประเด็น หากประชาชนเปิดใจที่จะรับฟัง จากการลงพื้นที่หลาย ๆ ครั้งก็มักจะถูกประชาชนซักถามกับแกนนำอยู่เสมอ ยืนยันว่าพร้อมพูดคุยและพร้อมชี้แจงแบบซึ่งหน้า
นอกจากนี้ ขอเชิญชวนประชาชนรีบลงทะเบียนเลือกตั้งและออกเสียงประชามติล่วงหน้านอกเขต เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้าย ซึ่งสามารถลงทะเบียนได้จนถึงเที่ยงคืน
ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า เป็นขบวนการข้อมูลข่าวสารที่ต้องเรียกว่าเขาทำสำเร็จจริง ๆ ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าพวกเราแก้แต่มาตรา 112 และด้อยค่าทหาร ทั้งที่พรรคประชาชนแทบจะเป็นพรรคเดียวในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่เวลามีทหารชั้นผู้น้อยโดนซ้อม โดนซ่อม โดนกระทำในแบบที่ลดทอนศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์ในค่ายทหาร แล้วเราออกมายืนเคียงข้างคนที่ถูกกระทำหรือครอบครัวผู้เสียชีวิต
"นโยบาย 112 ศาลมีคำพิพากษาชัดเจนแล้วว่าไม่ให้เอามาพูดในการหาเสียงหรือไม่ให้เอามาใช้ในการรณรงค์หาเสียง ดิฉันขอความร่วมมือสื่อมวลชนจริง ๆ ท่านกำลังจะทำให้พวกเราผิดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญและอาจจะโดนยุบพรรคอีกรอบก็ได้ ถ้าเราตอบเรื่องนี้"