นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องการลงประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนพบว่า มีความสับสนและมีความกังวลกันมาก โดยมีสาเหตุมาจากคำถาม ที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยตั้งคำถามที่ไม่ชัดเจนและทำให้ตีความได้หลายทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องที่ประชาชนเกรงว่าจะมีการแก้ไขในหมวด 1 หมวด 2
จากการดีเบต ของเนชั่นเมื่อคืนที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคประชาชนก็ไม่ได้ยกมือ เมื่อถูกถามว่า พรรคไหนไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 และยังมีการอ้างว่า รัฐธรรมนูญ มีมาตรา 255 ล๊อคไว้แล้ว ถือเป็นการพูดกำกวมให้เสมือนว่าเมื่อมีมาตรา 255 ล็อคไว้แล้ว จะแก้ หมวด 1 หมวด 2 ไม่ได้ ซึ่งถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนมาก เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 แม้จะมีการเขียนบังคับไว้ว่า จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐมิได้ก็จริง แต่การดำเนินการตามกระบวนการประชามติจะมีการเพิ่มหมวดใหม่ ที่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนั้นจึงมิใช่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในความหมายของมาตรา 255
นายสาทิตย์ ยังเพิ่มเติมอีกว่า ที่ยิ่งไปกว่านั้นในการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 อาจกระทบกับสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ได้โดยไม่ขัดกับมาตรา 255 ซึ่งในการแก้ไข มาตรา 256 ครั้งล่าสุดก่อนยุบสภาก็ยังมีเงื่อนไขกำกับว่า ไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมโดยเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการที่มี สส. ของพรรคประชาชนเป็นประธาน และได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาอีกด้วย ดังนั้น การยอมให้มีการแก้หมวด 1 หมวด 2 ของหัวหน้าพรรคประชาชน โดยอ้างว่า มีมาตรา 255 ล๊อคไว้นั้น จึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและทำให้มีผู้ลังเลที่จะให้ความเห็นชอบในการลงประชามติเพิ่มขึ้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ จึงขอเรียกร้องให้พรรคประชาชน ได้ทบทวนท่าทีดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการลงประชามติ ในวันที่ 8 ก.พ. ที่จะถึงนี้