ราชทัณฑ์ แจง "ทักษิณ" เข้าคุณสมบัติได้รับพิจารณาพักโทษ พ.ค.69 ตามขั้นตอนปกติ

ข่าวการเมือง Tuesday January 20, 2026 11:47 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ราชทัณฑ์ แจง

กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณีมีข่าวการพิจารณาพักการลงโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยจะได้รับการปล่อยตัวในช่วงเดือนพฤษภาคมว่า เป็นการพิจารณาพักโทษกับนักโทษเด็ดขาดที่ดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด ไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติหรือดำเนินการนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดไว้

ปัจจุบัน นายทักษิณถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดโทษ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.68 จะพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย.69 ซึ่งในส่วนของการพักการลงโทษตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดจะได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564

โดยนายทักษิณจะมีคุณสมบัติครบถ้วนต่อเมื่อต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และจะได้รับประโยชน์จากการพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ และต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ จึงจะเข้าเกณฑ์การปล่อยตัวพักการลงโทษกรณีปกติในช่วงเดือน พ.ค.69

สำหรับการพักการลงโทษจะเริ่มจากขั้นตอนในชั้นเรือนจำ ซึ่งเรือนจำกลางคลองเปรมจะดำเนินการดังนี้

1.นำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าที่ประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษประจำเรือนจำ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำเป็นประธาน ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าพนักงานเรือนจำที่ผู้บัญชาการเรือนจำแต่งตั้ง 2 คนเป็นคณะทำงาน และให้เจ้าพนักงานเรือนจำเป็นเลขานุการ คณะทำงานฯ จะตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่สมควรได้รับพักการลงโทษ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เมื่อคณะทำงานฯ เห็นชอบ ให้ผู้บัญชาการเรือนจำเสนอรายชื่อไปยังกรมราชทัณฑ์

2.กรมราชทัณฑ์พิจารณากลั่นกรองตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถ้วนของเอกสาร ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด และเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ

3.คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ แต่งตั้งตามคำสั่งของคณะกรรมการราชทัณฑ์ มีอำนาจหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 (7) ซึ่งในชั้นคณะอนุกรรมการฯ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่กำกับดูแลกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ และมีผู้อำนวยการกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพักการลงโทษ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

4.คณะอนุกรรมการฯ มีอำนาจหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด โดยการนำเหตุปัจจัยดังนี้มาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ได้แก่ พฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่ง กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562

5.เมื่อคณะอนุกรรมการฯ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับพักการลงโทษ ให้แจ้งผลการอนุมัติต่อผู้บัญชาการเรือนจำ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษได้รับปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัย และนักโทษต้องรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติภายในระยะเวลาที่กำหนด และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 9 (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติตามที่กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 ต่อไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ