นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้ากรณีที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ส่งคำกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ในข้อหาให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานของรัฐเพื่อช่วยเหลือในทางคดี
จากการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาคำร้องดังกล่าว ซึ่งมีการกล่าวหาบุคคล 2 กลุ่ม คือ 1. กรรมการ ป.ป.ช. และ 2. เจ้าหน้าที่รัฐ/บุคคลอื่น โดยในคำร้องมีการระบุพฤติการณ์ว่า มีการให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่กรรมการ ป.ป.ช.เพื่อจูงใจให้กระทำการหรือไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 45 แล้วมีความเห็นว่า กรณีมีการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจของคณะผู้ไต่สวนอิสระซึ่งต้องดำเนินการโดยให้ สส., สว. หรือประชาชน เข้าชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาเพื่อเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวน ไม่ใช่อำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะไต่สวนกันเอง
และเนื่องจากคดีของเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลอื่นมีความเกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาที่มีต่อกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน จึงต้องเข้าสู่กระบวนการของคณะผู้ไต่สวนอิสระเช่นกัน
ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติเอกฉันท์ส่งเรื่องกล่าวหาคืนพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย (ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 61 วรรคสอง) หรือกล่าวคือ ให้พนักงานสอบสวนนำเรื่องไปดำเนินการผ่านช่องทางรัฐสภาและศาลฎีกาตามที่กฎหมายกำหนด แทนการยื่นให้ ป.ป.ช. ไต่สวนเอง