เลือกตั้ง'69: พรรคการเมืองประสานเสียงไม่ขึ้น VAT หนุนปรับโครงสร้างภาษี

ข่าวการเมือง Saturday January 24, 2026 10:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดงานเสวนาเลือกตั้ง'69 ในหัวข้อ "เลือกอนาคตภาษีไทย" โดยเชิญตัวแทนจาก 6 พรรคการเมืองมาร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายด้านภาษีและเศรษฐกิจเพื่อภาคธุรกิจและผู้ประกอบการโดยตรง โดยส่วนใหญ่ยืนยันตรงกันไม่มีนโยบายปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า ปชน.มีแนวทางปฏิรูปภาษีทั้งระบบ และปรับปรุงประสิทธิภาพในการจัดเก็บ เพราะยังมีปัญหาฐานภาษีที่แคบ การจัดเก็บภาษีต่อจีดีพียังน้อยอยู่เพียง 12 ล้านคนที่ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่มี 4 ล้านคนจ่ายภาษีจริง ฐานภาษีคนทำธุรกิจ จ่ายเป็นภาษีนิติบุคคล เรามีนิติบุคคล 9 แสนราย ยื่นภาษี 6 แสนราย จ่ายจริง 1 แสนรายเท่านั้น

สำหรับภาษีตัวอื่น ๆ ภาษีสรรพสามิตเก็บไม่ได้ตามเป้า 3-4 ปีติดต่อกันมาจาก 2 สาเหตุ คือ ภาษีรถยนต์ เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ขอสินเชื่อรถยนต์ไม่ได้ ทำให้ภาษีรถยนต์ไม่เข้าเป้า และภาษีบุหรี่ ภาษียาสูบ 10 ปี ลดลงหลายหมื่นล้าน เก็บภาษีไม่เข้าเป้า เพราะคนสูบบุหรี่น้อยลง และอีกส่วนหนึ่งมาจากอัตรภาษีที่เปลี่ยนแปลงไป ให้ประโยชน์กับบริษัทที่ทำราคาค้าปลีกก็เก็บอีกอัตราหนึ่ง

ส่วนเรื่องการจัดเก็บได้น้อยเกินไป เราต้องพยายามแก้ไขโดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ กระทรวงคลังพยายามใช้บิ๊กเดต้าส่งผ่านข้อมูลทุกอย่างอยู่ในถังเดียวกัน ซึ่งเห็นด้วยต้องทำเรื่องพวกนี้นานมากแล้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บได้ ซึ่งเราเห็นจุดอ่อนในฐานภาษี จึงมีนโยบายเรื่องหวยใบเสร็จ สร้างแต้มต่อให้เอสเอ็มอี พยายามสร้างแรงจูงใจในเอสเอ็มอีอยู่ในระบบภาษี ได้สิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น ถ้าเข้าระบบหวยใบเสร็จหักได้ 90% เพื่อเป็นแรงจูงใจ และรายได้ไม่เกิน 3.6 ล้านบาทต่อปี หักภาษีซื้อแบบเหมาได้ และถ้ารายได้เกิน 5.4 ล้านบาทเข้าสู่ระบบภาษีแบบปกติ

"เรื่อง VAT เรายืนยันว่า แทบเป็นพรรคการเมืองเดียว ถ้าไม่รวมพรรคภูมิใจไทยเขียนไว้ในแผนระยะปานกลางว่า จะขึ้นในปี 2571 เป็น 1.5% และปี 2573 อีก 1.5% เราจะขึ้นแค่ 1% ต่อเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น และการบริโภคไม่อยู่สภาวะชะลอตัว" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

น.ส.ศิริกัญญชา ชี้แจงว่า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าเอามาคำนวณจริงๆ ไม่ได้ถดถอย ออกไปแนวทางภาษีก้าวหน้าด้วยซ้ำไป แต่คนรายได้น้อยต้องชดเชยเยียวยาในส่วนที่เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นเท่านั้น ถึงจะจัดเก็บจริงๆ สถานการคลังของประเทศมาถึงจุดที่เราต้องเก็บภาษีใหม่ๆ รวมถึงภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

สำหรับนโยบายด้านภาษีส่งเสริมบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไทยไปลงทุนในต่างประเทศ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า อยากเห็นบริษัทขนาดใหญ่ไปลงทุนแสวงหากำไรในต่างประเทศ และอยากให้บริษัทขนาดใหญ่ยังคงลงทุนในเรื่อง R&D ในไทย แต่ที่ผ่านมาเมื่อบริษัทไทยไปลงทุนต่างประเทศแล้วมักจะไม่กลับมา เพราะเลือกย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ต้นทุนต่ำกว่า ซึ่งเราสามารถส่งบริษัทไทยเข้าไปฐานการผลิตในประเทศอื่นๆ ของซัพพลายเชนโลก ก็ควรได้รับการส่งเสริม เพื่อให้เราเป็นหนึ่งในซัพพลายเชนโลกได้ดียิ่งขึ้น

นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า วิสัยทัศน์ในมุมมองของ ปชป.คือ มนุษย์เงินเดือน เราจะลดภาระภาษีให้กับมนุษย์เงินเดือน โดยคนที่เงินเดือนไม่เกิน 40,000 บาท โดยขยับเพดานภาษีจาก 1.5 แสนบาทเป็น 2.7 แสนบาทต่อปี ขณะนี้การจัดเก็บภาษีขาดความเป็นธรรมกับคนรวยทรัพย์สินที่ดิน สำหรับคนที่ขายแล้วได้กำไรในระบบปัจจุบันภาษีที่คำนวณ จะคำนวณจากรายได้ประเมินจากราชการ ซึ่งต่ำกว่ารายได้ที่ขายได้จริง หรือราคาตลาด เราจะปรับการคำนวณภาษีจากราคาประเมินเปลี่ยนเป็นราคาตลาด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น

สำหรับนโยบายตลาดหุ้น ยืนยันว่า การซื้อขายหุ้นทั่วไปควรที่จะปลอดภาษีกำไร หรือแคปปิทอล เกน แท็กซ์ แต่ที่ผ่านมาตลาดหุ้นประสบปัญหามีหลายบริษัท นำบริษัทเข้าตลาดหุ้นเพื่อการขาย ทำให้ผู้ถือหุ้นในชั้น IPO เสียหาย ซึ่งข้อเสนอของพรรค ถ้าบริษัทเอาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และผู้ถือหุ้นเดิมที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จะขายหุ้น ก็ควรต้องเสียภาษี ส่วนนักลงทุนทั่วไปได้รับยกเว้นเหมือนเดิม

นายกรณ์ ยืนยันว่า ปชป.ไม่มีนโยบายปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทุกภาษีที่รัฐจัดเก็บ ไม่มีอะไรที่ใครควรพูดว่า ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ในจังหวะเหมาะสม ควรจะมีการปรับขึ้นหรือปรับลง แต่ในสถาวะการณ์ปัจจุบัน เศรษฐกิจฝืดเคือง พรรคมองว่า เป็นจังหวะที่ไม่เหมาะสมที่จะปรับเพิ่มขึ้น แต่รายได้ภาษีที่ควรเพิ่มขึ้น วันนี้เราไม่ได้เสนอปรับเพิ่มภาษีนิติบุคคลเป็น 25% ทันที แต่อัตราภาษีที่เราเก็บได้จริงเท่ากับ 4% เศษๆ เราคำนวณได้ รัฐมีรายได้ 8 แสนล้านบาท เพียงแค่เราเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษีนิติบุคคุลจาก 4% ให้เท่ากับสิงค์โปร์ที่ 6.4% รายได้ภาษีนิติบุคคลเพิ่มขึ้น 4 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้น เรามุ่งเป้าภาษีนิติบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เรามีความจำเป็นที่ต้องนำระบบชำระภาษีทั้งหมด เข้าระบบดิจิทัลเทคโนโลยีในรูปแบบ E-payment ต้องมีประสิทธิภาพ รวมถึงรัฐควรมีสิทธิ์เก็บภาษีลาภลอย การเก็บภาษีผู้ได้ประโยชน์เจ้าของที่ดินริมทางที่ได้ประโยชน์จากโครงการรถไฟฟ้า ควรต้องแบกรับภาษีในสัดส่วนที่สูงกว่าคนทั่วไป

สำหรับนโยบายด้านภาษีการส่งเสริมบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไทยไปลงทุนในต่างประเทศนั้น นายกรณ์ ยอมรับว่า พรรคไม่ได้มีนโยบายด้านภาษีที่จะส่งเสริมให้คนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมาคนไทยมีความพร้อม และไปลงทุนในต่างประเทศเยอะอยู่แล้ว แต่พรรคมีมาตรการที่จะดึงให้คนไทยกลับมาลงทุนในประเทศไทยมากกว่า

สิ่งสำคัญเราต้องส่งเสริมให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ เชื่อว่า มาลงทุนประเทศไทยแล้วได้ระบบที่ส่งเสริมการแข่งขันที่โปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งตรงนัเป็นปัญหาที่นักลงทุนกังวลว่าจะเสียเปรียบ กลุ่มทุนที่อาจจะผูกขาดในบางธุรกิจ

นายกรณ์ กล่าว่า มีหลายกรณีที่นักลงทุนไทยหนีไปลงทุนในต่างประเทศ เพราะกติกาไม่เอื้อจะทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม จึงเลือกไปลงทุนที่ต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย สิ่งที่นักลงทุนยังกังวล คือ กฏ ระเบียบราชการ รวมถึง การทุจริตคอรัปชั่น ทำให้กลายเป็นเรื่องง่ายที่นักลงทุนเลือกจะตัดสินใจไปลงทุนในประเทศอื่น การปฏิรูประบบราชการจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ด้วยการใช้เทคโนโลยีมาทดแทนการทำงานตามขั้นตอนราชการปัจจุบัน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า พรรคตั้งใจเอา LTF กลับมา คนกลุ่มนี้ให้ออมเก็บได้ใน LTF พร้อมยืนยันว่า การจัดเก็บภาษี พรรคไม่ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ที่จะขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในบริษัทผูกขาดที่ได้สัมปทานของรัฐ เช่น ปตท.ที่มีท่อแก๊สเดินใต้ทะเล อย่าง ปตท.ต้องเดินหน้าจัดเก็บคนอื่น 20% แต่ ปตท.ต้องโดน 30% เราอยากให้ ปตท.เสียภาษี

ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ถือเป็นการผูกขาดที่อย่างไรก็รอดตัว เพราะธนาคารพาณิชย์จะมีสถาบันการเงินรอเป็นเบาะรองรับ มีสถาบันประกันเงินฝากรองรับ กลไกธนาคารพาณิชย์ กลุ่มนี้ต้องเก็บ "ภาษีโรบินฮู้ด" เก็บภาษีผูกขาดในอัตราพิเศษ อยู่ที่กล้าทำหรือไม่

สำหรับภาษีสรรพสามิต เรื่องสำคัญสุด คือ ภาษีคาร์บอน ปัจจุบันมีกีดกันพลังสะอาดหรือไม่ คนที่ดูแลเรื่องนี้ คือ กรมสรรพสามิต เรื่องใหญ่คือ คาร์บอนแท็กซ์

ส่วนภาษีนำเข้า กรมศุลกากร หัวใจไปอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม มาตรฐานสินค้า ธุรกิจที่ตนเคยทำหน้าที่ปกป้องไปแล้วคือ ธุรกิจกลุ่มเหล็ก เอามาตรฐาน มอก.ไปจับ หลายโรงปิดตัวลง เพราะมาตรฐานสู้เราไม่ได้

สำหรับภาษีที่ดินกับสิ่งปลูกสร้าง โลกยุคนี้ใครก่อมลพิษมากสุดต้องจ่ายภาษีเยอะสุด และกฏหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต้องแก้ที่ตัวลดหย่อน เราต้องดูเรื่องสิ่งแวดล้อม ถ้าปลูกต้นไม้อะไรก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ทิ้งร้าง พร้อมกับยืนยันว่า พรรคจะเดินหน้าแก้ไขเรื่องตัวลดหย่อน ใครผลิตคาร์บอนเยอะสุด คนนั้นรับผิดชอบ

"ผมมองทุกครั้ง ผมจะคิดถึงประเทศที่มีความเลื่อมล้ำ คนรวย คนจน ผมถึงไม่กล้าเก็บภาษีVat ยืนยัน เราต้องกล้าเก็บภาษีที่ทุนผูกขาด ถ้าเขาเป็นทุนผูกขาดโดน" นายอรรถวิชช์ กล่าว

สำหรับนโยบายด้านภาษีนการส่งเสริมบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไทยไปลงทุนในต่างประเทศนั้น มาตรการที่จะส่งเสริมให้ไทยไปสู้กับต่างชาติได้คงไม่ใช่เป็นเรื่องการลดภาษี แต่เราควรจะส่งเสริมเรื่องของมาตรฐานสินค้าไทยให้ไปสู้กับต่างชาติได้ ควรเน้นไปบุกตลาดที่เปิดใหม่ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง

"อยากให้ส่งเสริมให้คนไทยไปบุกในต่างประเทศ ด้วยการส่งเสริมมาตรฐานที่เข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง" นายอรรถวิชช์ กล่าว

สำหรับวิธีการที่จะดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทยนั้น นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญอยู่ที่บีโอไอ อาจต้องเพิ่มมาตรการสิ่งเสริมมากขึ้นหากกลับมาลงทุนในไทย

นายคเณศ วังส์ไพจิตร พรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวว่า เทรนด์โลกธุรกิจยุคใหม่ คือ เรื่องภาษีที่เกี่ยวกับธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ หรือ แฟลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานไหนไล่เบี้ยบริษัทเหล่านี่ และมีผลต่อเอสเอ็มอีหรือบริษัทไทย 3.2 แสนรายไม่สามารถแข่งขันได้

เรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พรรคเห็นว่า คนมีรายได้สูงมั่งคั่งสูง 5 ล้านบาทต่อปีตรงนี้ ขั้นบันไดของการเสียภาษีบุคคลธรรมดา ถ้าพรรคได้ร่วมรัฐบาล จะให้มีการปรับนโยบายขั้นบันไดใหม่ เพื่อไม่ให้ทุกคนบ่นว่า ภาษีตกอยู่กับคนทำงานหรือคนตัวเล็ก

เรื่องภาษีนิติบุคคล บริษัทมีจ่ายจริงแค่ 1 แสนราย ทำให้ผู้มีรายได้นิติบุคคล เข้าภาษีให้ได้มากที่สุด ต้องเข้ามาอยู่ในระบบภาษี ต้องมีการยื่นแบบภาษี ส่วนนโยบายกระตุ้นให้เกิดการสร้างข้อมูลผู้เสียภาษี เราอาจใช้มาตรการจูงใจ เช่น ภาษีบุคคลธรรมดาไปผูกกับการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐต่างๆได้ดียิ่งขึ้น

เรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม ปัจจุบัน 7% พรรคยังไม่เห็นสมควรปรับขึ้นในเวลานี้ เนื่องจากต้องดูเศรษฐกิจมีความพร้อม ประชาชนมีความพร้อม ประชาชนมีอำนาจจับจ่ายใช้สอยที่เพียงพอ

ส่วนภาษีเศรษฐกิจใหม่ ดิจิทัลแฟลตฟอร์ม ติ๊กต๊อก ลาซาด้า ชอปปี้ บริษัทพวกนี้ให้โปรโมชั่นในแฟลตฟอร์ม ได้กำไรน้อย เก็บภาษีได้ค่อนข้างน้อย เราต้องมีหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแลมาตรฐานบัญชีเข้าไปตรวจสอบบัญชี อีกแฟลตฟอร์ม เมตา เฟสบุค เวลาที่เราจ่ายค่าโฆษณา ไม่มีเงินบาทเดียวเข้าที่รัฐบาลหรือกรมสรรพากร บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ต้องเข้ามาจดทะเบียนในไทย

นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตต้องมีการขึ้นภาษีสถานบริการสำหรับผู้ใหญ่ อาบอบนวด ผับ บาร์ นี้คือ การปกป้องศิลปวัฒนธรรมอันดี ขณะที่ภาษีที่เกี่ยวข้องกับเกมส์ อีสปอร์ต เป็นอีกช่องทางที่สร้างรายได้ ภาษีศุลกากรช่วยป้องสินค้าที่มีผลกระทบต่อเอสเอ็มอี ให้เขาสามารถต่อสู้ได้ ภาษีที่ดินต้องปรับใหม่ ไม่ให้เกิดความเลื่อมล้ำ ให้ภาษีที่เหมาะสม

นายโภคิน พลกุล พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวว่า จากงบประมาณปี 69 ที่ 3.78 ล้านล้านบาท ปัญหาคือ เราทำงบขาดดุลมาตลอด ปัญหาถ้าขาดดุลเรื่อยๆ โอกาสนำมาลงทุนในสิ่งมีประโยชน์น้อยลงเรื่อยๆ รอยรั่วเราต้องทำอย่างไร ที่เห็นชัดคือ เศรษฐกิจนอกระบบมีมูลค่าครึ่งหนึ่งของจีดีพี ถ้าเรานำเข้าสู่ระบบได้ จะเก็บภาษีได้อีก 4-5 แสนล้านลาท

ปัญหาใหญ่ คือ การจัดเก็บภาษีไม่ได้ ซึ่งมาจากการทุจริตคอรัปชั่น ต้องจัดการเต็มที่ ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ครบกำหนด ก.ย.นี้ ตนค่อนข้างเห็นด้วยว่า ยังไม่ควรปรับขึ้น VAT เป็นเรื่องสำคัญมากเก็บรอยรั่วไหลให้หมดก่อน แล้วค่อยไปเติม ส่วนการปรับปรุงความเป็นธรรมอย่างไร ภาษีเงินได้นิติบุคคล ควรจะปรับเป็นขั้นบันไดแทน 15-30% คือ 15% ให้กับเอสเอ็มอีที่มีรายได้ต่ำ ส่วน 30% เก็บกับบริษัทที่ผูกขาด เพราะถ้าไม่แก้ตรงนี้คนตัวเล็กก็ลำบาก

สำหรับคนตัวเล็ก เอาภาษีไปกระตุ้นทำมาหากินได้อย่างไร ที่ทำมาหากินไม่ได้ เพราะกฏหมายล้าหลังต่อการดำรงชีวิต ไม่ถูกขจัดไปเลย คนตัวเล็กมีภาระ รายได้ต่ำ เราถึงเสนอว่า แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อไป สำหรับการกิโยตินกฏหมาย ที่ผ่านมายังไม่ได้ทำสักฉบับ แต่ควรทำเป็นกฏหมายกลางหนึ่งฉบับแล้วออกเป็นกฏหมายลูก และต้องไปดูว่า มีกฏหมายผูกพันธ์อย่างไรบ้าง

ด้านนายวรวงศ์ รามางกูร จากพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ตลอด 35 ปี ไม่เคยปฏิรูปภาษี เพียงแต่ปรับปรุงเล็กน้อย หาก พท.ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลจะจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปภาษี เพื่อให้โครงสร้างภาษีสอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจ และจะทำทันที


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ