"ปกรณ์วุฒิ" บุก ป.ป.ช. ขอใช้สิทธิตรวจสอบสำนวนคดี "ศักดิ์สยาม" ซุกหุ้น ขีดเส้น 15 วันต้องชัดเจน

ข่าวกฏหมายและประกาศ Friday May 8, 2026 13:13 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อยื่นหนังสือขอใช้สิทธิเรียกตรวจสอบเอกสาร และสำนวนคดี ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม กรณีซุกหุ้น ในฐานะที่เคยยื่นฟ้องคดีนี้

นายปกรณ์วุฒิ ระบุว่า การขอข้อมูลคดีไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก โดยอ้างอิงบรรทัดฐานจากคดีแหวนแม่-นาฬิกาเพื่อนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาให้เปิดเผยข้อมูลได้ จึงคาดหวังว่า ป.ป.ช. จะไม่ยก พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล หรือชั้นความลับราชการมาเป็นข้ออ้างในการปกปิด เพื่อความโปร่งใสขององค์กรอิสระ

สำหรับเอกสารที่ยื่นขอ มีดังนี้

1. รายงานแสวงหาข้อเท็จจริง และการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในสำนวน

2. บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายศักดิ์สยาม

3. คำชี้แจงของนายศักดิ์สยาม ที่ยื่นชี้แจงต่อ ป.ป.ช.

4. ความเห็นของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุกคนที่รับผิดชอบคดีนี้

5. รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

6. คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อคดีนี้

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า คดีนี้มีความไม่ชอบมาพากล เพราะตนเป็นหนึ่งคนที่ได้เห็นเอกสารหลักฐานในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ และอยากทราบว่าเอกสารหลักฐานที่ ป.ป.ช.ใช้ในคดีนี้ เหมือนหรือต่างจากศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร หากมีเอกสารหลักฐานบางรายการที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้ ในการวินิจฉัยคดี แต่ ป.ป.ช.ไม่ได้ใช้ ก็จำเป็นต้องตั้งคำถามว่า เหตุใด ป.ป.ช.จึงไม่ใช้เอกสารหลักฐานดังกล่าว เพราะอาจเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาไต่สวนคดีนี้

นอกจากนี้ คดีนี้คือการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ สิ่งที่ต้องพิสูจน์ คือเจตนาว่ามีเจตนาปกปิดหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าการพิสูจน์เจตนาของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จะต้องพิสูจน์ ณ วันที่กระทำ นั่นคือตอนยื่นบัญชีทรัพย์สินเมื่อปี 2562 พฤติการณ์หลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นปี 2566 หรือ 2568 ไม่สามารถย้อนไปบอกพฤติการณ์ก่อนหน้านั้นได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างสิ้นเชิง

นายปกรณ์วุฒิ หวังว่าจะได้รับข้อมูลที่มาทวงถามในวันนี้โดยเร็ว ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบกับคำร้องดังกล่าวด้วย แต่หากไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ก็คงจะต้องมีการทวงถามเรื่อย ๆ และขอให้ ป.ป.ช. ไม่ถ่วงเวลา เหมือนตอนที่ศาลปกครองสูงสุดมีความพิพากษาในคดีนาฬิกาเพื่อนที่มีคำสั่ง ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลภายใน 15 วัน ซึ่งในคดีนี้เอกสารทุกอย่างน่าจะพร้อม และหากไม่มีข้ออ้างอื่น ภายใน 15 วันก็สามารถที่จะส่งให้ตนได้ ส่วนความคืบหน้าในการรวบรวมรายชื่อนั้นได้ครบ 140 รายชื่อแล้ว โดยมีพรรคประชาธิปัตย์ สว.บางส่วน มาร่วมลงชื่อด้วย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ