พ.ร.ก.กู้เงินฯ ส่อสะดุด!! พรรคส้ม-ปชป. แท็กทีมยื่นศาลรธน.ตีความเบรกปมปรับโครงสร้างพลังงาน

ข่าวกฏหมายและประกาศ Monday May 11, 2026 14:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พ.ร.ก.กู้เงินฯ ส่อสะดุด!! พรรคส้ม-ปชป. แท็กทีมยื่นศาลรธน.ตีความเบรกปมปรับโครงสร้างพลังงาน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นคำร้องต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 ยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ ให้ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาทว่า มีความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งอยากให้ประชาชนช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่ามีการสอดไส้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท ในส่วนของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ แต่กลับเอามาอยู่ใน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยนำเงินเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน

โดยเนื้อหาคำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มีทางออกให้ศาลพิจารณาในทุกส่วน เป็นข้อมูลที่เชื่อว่าหากศาลได้วินิจฉัยจะเห็นว่าการปรับโครงสร้างพลังงานสามารถทำได้ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือบางส่วนของมาตรการเยียวยา ซึ่งไม่จำเป็นต้องนำมาอยู่ในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะสามารถอยู่ในส่วนสรรพสามิตได้

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พ.ร.ก.ดังกล่าว ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ในคำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ศาลวินิจฉัยว่า หากรัฐบาลมีการใช้จ่ายเงินไปก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย และถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยพ.ร.ก.ดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้น เงินที่ใช้จ่ายไปแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะต้องเรียกคืนหรือไม่

"ในคำร้องของฝ่ายค้าน พยายามเขียนให้มีความรัดกุม และให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเฉพาะหน้า ให้ระงับการเบิกจ่ายเฉพาะในส่วนของเงินกู้ 2 แสนล้านบาทที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน โดยให้วินิจฉัยเป็นรายกรณีไป ฝ่ายค้านยืนยันว่า เราเขียนคำร้องอย่างรอบคอบ ที่ผ่านมา คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีปัญหาว่าคำสั่งที่ผูกพันทุกองค์กร บางครั้งไปก้าวล่วงอำนาจของฝ่ายบริหาร" นายณัฐพงษ์ กล่าว

พร้อมระบุว่า ฝ่ายค้านจะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตามพ.ร.ก.กู้เงินฯ คาดว่าไม่อยากให้รัฐบาลโหวตคว่ำการตั้ง กมธ.ชุดนี้ เพราะการออกพ.ร.ก.ดังกล่าว มีเพียงคณะกรรมการกลั่นกรองไม่กี่ชุดมาพิจารณา ซึ่งแตกต่างจากการพิจารณางบประมาณปกติที่มีการพิจารณาคำร้องขอหลายครั้ง หากรัฐบาลไม่ได้มีเจตนาสอดไส้ ปกปิด หรือตีเช็กเปล่า ก็ไม่มีความจำเป็นต้องโหวตคว่ำการตั้ง กมธ.ชุดดังกล่าว

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า คำร้องของฝ่ายค้าน ที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ระงับการใช้จ่ายเงินกู้ในส่วนของการปรับโครงสร้างพลังงาน ในส่วนวงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ คำร้องของฝ่ายค้านเป็นการแยกเฉพาะส่วน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยการใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าวทั้งก้อน หรือเฉพาะส่วน

ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญได้เปิดช่องยืดหยุ่นให้รัฐบาลสามารถกู้เงินได้ หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ความเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝ่ายค้านจึงต้องช่วยกันตรวจสอบว่านอกจากการทำงบประมาณขาดดุล 8 แสนล้านบาทในปีนี้แล้ว รัฐบาลยังมีเจตนาออกพ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม ที่สอดคล้องกับเงื่อนไขทางกฎหมายหรือไม่

ซึ่งเท่าที่ดูข้อเสนอของรัฐบาล เทียบกับการออกพ.ร.ก.กู้เงินในอดีต มีข้อสรุปว่าการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทในครั้งนี้ ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ขณะที่มาตรา 53 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของประเทศ ระบุว่า การออก พ.ร.ก.จะกระทำได้ในกรณีที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ต้องลองไปเปรียบเทียบว่าในอดีตที่มีการออก พ.ร.ก. ทั้งช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และวิกฤตโควิด สถานการณ์ที่หากไม่มีการกู้ยืมเงินโดยเร็ว สามารถนำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยต่อไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ