น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ภายหลังนายเคาะลีล ยะอ์กูบ อัลคัยยาฏ (H.E. Mr. Khalil Yaqoob AlKhayat) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรนประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเข้ารับหน้าที่
โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีต่อเอกอัครราชทูตบาห์เรนฯ ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดยไทยให้ความสำคัญกับบาห์เรนในฐานะมิตรประเทศและหุ้นส่วนสำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมเน้นย้ำความสัมพันธ์อันยาวนานและใกล้ชิดระหว่างไทยกับบาห์เรนในทุกระดับ ทั้งราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชน ซึ่งทั้งสองประเทศเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูต ในปีหน้า
นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตบาห์เรนฯ ยินดีต่อพัฒนาการความร่วมมือระหว่างกัน และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะด้านการค้าและการลงทุน การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญและความพร้อมในการขยายความร่วมมือ
ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยินดีผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกัน ส่งเสริมการลงทุนสองทาง และแสวงหาโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจร่วมกัน โดยนายกรัฐมนตรีหวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนของภาคเอกชนระหว่างไทยและบาห์เรนเพิ่มมากขึ้น
ส่วนด้านการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไทยนับเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวบาห์เรน โดยเฉพาะด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งในปี 2568 มีชาวบาห์เรนเดินทางมายังประเทศไทยจำนวนกว่า 3 หมื่นคน
ในด้านความมั่นคงทางอาหาร ไทยยืนยันบทบาทการเป็นแหล่งผลิตและส่งออกอาหารคุณภาพที่เชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของบาห์เรน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และเน้นย้ำความสำคัญของการใช้การเจรจาและการลดความตึงเครียด อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตบาห์เรนฯ ยังคงยืนยันที่จะผลักดันความร่วมมือด้านต่าง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศต่อไป
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่า เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรนฯ จะมีบทบาทสำคัญในการสานต่อและยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต พร้อมอวยพรให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง
ด้านเอกอัครราชทูตบาห์เรนฯ ยินดีที่ได้เข้ารับหน้าที่ประจำประเทศไทย เนื่องจากเคยเป็นนักการทูตประจำการในประเทศไทยมาก่อน จึงมีความคุ้นเคยและความเข้าใจเกี่ยวกับไทยเป็นอย่างดี และยินดีส่งเสริมการนำเข้าสินค้าไทย โดยบาห์เรนมีที่ตั้งใกล้กับซาอุดีอาระเบียและอีกหลายประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ จึงพร้อมเป็นประตูนำเข้าสินค้าไทยสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น