นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยหลังหารือทีมงานด้านการข่าว ทั้งสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ และกองทัพว่า ได้มีการสรุปสถานการณ์ต่างๆ เป็นการอัพเดทซึ่งกันและกัน ให้เห็นถึงการข่าว ความมั่นคง สถานการณ์รอบบ้าน สถานการณ์ด้านพลังงาน รวมไปถึงอาชญากรรมข้ามชาติทั้งหมด ซึ่งรัฐบาลก็ได้อัพเดทให้ฟังด้วยว่าเดินหน้าอะไรไปแล้วบ้าง
ส่วนตอนนี้มีสถานการณ์อะไรน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่น่าเป็นห่วง รัฐบาลก็ได้เดินหน้าแก้ไขไปเยอะแล้ว ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง เรื่องของสิทธิทางทะเล การยกเลิก MOU 2544 และใช้แนวทางของอนุสัญญา UNCLOS และยังมีการจัดให้มีทีมงานเจรจาชุดใหม่ โดยผู้อำนวยการข่าวกรองให้เป็นทีมเจรจา ไทย-มาเลเซีย และสลับพลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา ไปเป็นประธานคณะเจรจา JBC ซึ่งทั้ง 2 ท่าน ก็มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ เป็นตัวแทนให้กับประเทศไทย
ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยอีกว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่าได้ติดตามสถานการณ์โลกและบริบทด้านความมั่นคงของประเทศอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นข้อมูลสำคัญต่อการบริหารประเทศและการตัดสินใจในประเด็นสำคัญต่าง ๆ
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การข่าวในโลกปัจจุบันมีความซับซ้อนและหลายมิติ จึงจำเป็นต้องติดตามข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน ไม่ใช่เพียงรับรู้ว่า "เกิดอะไรขึ้น" แต่ต้องเข้าใจว่า "เกิดขึ้นเพราะอะไร" รวมถึงปัจจัยและบริบทแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างตรงจุดและแม่นยำ การบรรยายสรุปทุกสถานการณ์ ต้องเน้นประเด็นสำคัญ (Critical Point) ที่ชัดเจน เพื่อให้รัฐบาลนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายและบริหารจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับงานด้านความมั่นคง และให้ความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน ทำให้การสนับสนุนและการตัดสินใจต่าง ๆ เป็นไปอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานเชิงรุก เชื่อมโยงมิติด้านการข่าว ความมั่นคง และเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางเดียวกัน และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ในรัฐบาลนี้ได้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายพลเรือน และฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะด้านการข่าวและการปรับปรุงยุทธวิธีในการปราบปรามปัญหาสำคัญ อาทิ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และยาเสพติด ที่ดำเนินการอย่างจริงจังจนเกิดผลเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังระบุว่า เครือข่ายการทำงานระหว่างหน่วยงานมีประสิทธิภาพอย่างมาก สะท้อนถึงความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านการข่าวจากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง อีกทั้งยังไม่พบปัญหาการทุจริตหรือการทำงานที่ซ้ำซ้อน โดยทุกฝ่ายสามารถประสานบทบาทและภารกิจร่วมกันได้อย่างมีเอกภาพ จนเกิดความเข้าใจร่วมและการทำงานที่มีประสิทธิผลร่วมกัน
นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวกับคณะทำงานข่าวกรองว่า ในเรื่องข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความเห็นต่างทางความคิด หากเป็นเรื่องเห็นต่างกับนโยบายรัฐ หรือเห็นต่างกับแนวทางดำเนินงาน ขอให้รวบรวมความเห็นและข้อเสนอแนะมา อะไรที่รัฐบาลทำให้ได้ ทำให้สบายใจ จะทำ แต่ถ้าเป็นความแตกแยกทางความคิดการเมือง ด้อยค่า สร้างโวหาร ไม่ต้องเสียเวลา