ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปีไม่รอลงอาญา "พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ" อดีตประธาน ป.ป.ช.และ "น.ส.สุภา ปียะจิตติ" อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กรณีจงใจปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลการครอบครอง "นาฬิกาหรู" และ "แหวนเพชร" ของ "บิ๊กป้อม" ขณะที่มีรายงานว่า ศาลฯ อนุญาตให้ประกันตัว 2 อดีต ป.ป.ช. ด้วยวงเงินประกันคนละ 4 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 มีคำพิพากษาในคดีที่ นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ในฐานะโจทก์ ยื่นฟ้อง นายนิวัติไชย เกษมมงคล ในฐานะเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ 1 กับพวกรวม 12 คน เป็นจำเลย ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83

โดยโจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า จำเลยที่ 2-10 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพิกเฉยไม่ส่งมอบข้อมูลข่าวสารที่โจทก์ขอให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ โดยไม่แสดงว่ามีนาฬิกาข้อมือราคาแพงอยู่เป็นจำนวนมาก และแหวนประดับมีค่าหลายรายการ
ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดิน และการบังคับใช้กฎหมาย มีคำวินิจฉัยให้ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่โจทก์ 3 รายการ คือ (1) รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและการรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด (2) ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบ และ (3) รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวกับเรื่องที่โจทก์ขอให้ดำเนินการไต่สวน พล.อ.ประวิตร ดังกล่าว

ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 12 คน ได้ร่วมกันกระทำความผิดหลายกรรม โดยเพิกเฉยไม่ส่งมอบข้อมูลข่าวสาร 3 รายการ เกี่ยวกับสำนวนการไต่สวนกรณี พล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงกรณีนาฬิกาหรู และแหวนเพชร ซึ่งขัดต่อคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ และฝ่าฝืนคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ที่สั่งให้ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่โจทก์ภายในวันที่ 11 ส.ค.66 จนเป็นเหตุให้ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งปรับสำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. รายละ 5,000 บาท
นอกจากนี้ แม้ต่อมา ป.ป.ช. จะมีหนังสือด่วนที่สุดให้โจทก์ไปรับเอกสาร แต่กลับส่งมอบเอกสารให้ไม่ครบถ้วน และมีการนำปากกาเคมีสีดำคาดทับตัวอักษร เพื่อปกปิดข้อความหลายส่วน อันแสดงถึงการสมคบกันปกปิดข้อมูล เพื่อมิให้โจทก์ได้รับข้อมูลข่าวสารทั้ง 3 รายการมาตั้งแต่ต้น
ทั้งนี้ ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ได้ยื่นขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 โดยอ้างว่า จำเลยที่ 4 ครบวาระการดำรงตำแหน่ง อายุครบ 70 ปี ไปก่อนเกิดเหตุ ซึ่งศาลอนุญาต ต่อมาศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยที่ 3, 7, 8 และ 11 ที่ลงมติไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดนั้นมีมูลความผิด จึงสั่งประทับรับฟ้องจำเลยทั้ง 4 รายนี้ไว้พิจารณา และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1, 2, 5, 6, 9, 10 และ 12 และระหว่างพิจารณา โจทก์ได้ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 8 และ 11 ซึ่งศาลอนุญาต
วันสืบพยาน: โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 และ 7 เพิ่มเติม แต่ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้อง โดยวินิจฉัยว่า คำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่มีผลกระทบต่อรัฐเป็นสำคัญ
- ศาลฯ สั่งจำคุก 3 ปี "พล.ต.อ.วัชรพล-สุภา" ไม่รอลงอาญา
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 วินิจฉัยว่า โจทก์เป็นนักสิทธิมนุษยชน ทำหน้าที่ช่วยเหลือราชการต้านภัยคอร์รัปชั่น การที่โจทก์ขอข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ล้วนแต่เป็นไปเพื่อการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายหลังศาลปกครองสูงสุด ก็ได้พิพากษาให้โจทก์มีสิทธิได้รับเอกสารที่เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินในเรื่องที่กล่าวหา ว่ามีการกระทำการโดยทุจริต โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 7 และเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตามมาตรา 28 (2) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง
สำหรับการกระทำของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 7 ซึ่งเป็นกรรมการ ป.ป.ช.นั้น ศาลเห็นว่าเป็นความผิดตามฟ้อง โดยจำเลยมีเจตนาเดียวคือ มิให้โจทก์ได้รับข้อมูลข่าวสารทั้ง 3 รายการมาตั้งแต่ต้น จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมาย
ศาลจึงมีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา
สำหรับจำเลยทั้ง 12 คน ประกอบด้วย
1. นายนิวัติไชย เกษมมงคล
2. นายนายวรวิทย์ สุขบุญ
3. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ
4. นายปรีชา เลิศกมลมาศ
5. พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง
6. นายณรงค์ รัฐอมฤต
7. น.ส.สุภา ปียะจิตติ
8. นายวิทยา อาคมพิทักษ์
9. นางสุวณา สุวรรณจูฑะ
10.พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์
11.นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา
12.นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข
ล่าสุด มีรายงานว่าศาลฯ ได้พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัว พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช. และ น.ส.สุภา ปียะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยวงเงินประกันคนละ 400,000 บาท โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล