ปชป. ยื่น 2 ร่างแก้รธน. ชูโมเดล ส.ส.ร.ใหม่-ปลดล็อกกติกาใช้เสียง 3 ใน 5

ข่าวกฏหมายและประกาศ Friday May 29, 2026 16:14 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ปชป. ยื่น 2 ร่างแก้รธน. ชูโมเดล ส.ส.ร.ใหม่-ปลดล็อกกติกาใช้เสียง 3 ใน 5

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคได้รวบรวมรายชื่อพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่พรรคการเมืองใหญ่ได้เสนอเข้าสู่สภาก่อนหน้านี้ จนกระทั่งสามารถรวบรวมรายชื่อร่วมกันได้สำเร็จ และได้ยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรวมทั้งสิ้น 2 ฉบับ

สำหรับร่างฉบับแรก เป็นเรื่องกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จำนวน 100 คน ซึ่งการออกแบบโมเดลนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้คำนึงถึงเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ คือ ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีคำวินิจฉัยชัดเจนว่าไม่สามารถให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงได้ทั้งหมวด ปกป้องหมวด 1 และหมวด 2 เพื่อคลายข้อกังวลของประชาชนกลุ่มใหญ่

พรรคประชาธิปัตย์จึงกำหนดเงื่อนไขว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องคงสาระสำคัญของหมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไว้เด็ดขาด ทั้งนี้ ทางพรรคไม่ได้ปิดกั้นหากมีผู้ต้องการเสนอแก้ไขหมวด 1 หรือหมวด 2 แต่เห็นว่าควรแยกเสนอเป็นประเด็นเฉพาะต่างหาก เพื่อความชัดเจนในการพิจารณา ไม่ควรนำมามัดรวมกับประเด็นอื่น ๆ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เพื่อการประหยัดงบประมาณชาติในการจัดเลือกตั้ง ส.ส.ร. แบบทั่วไปต้องใช้งบประมาณมหาศาล ทางพรรคจึงเสนอให้ใช้ "ระบบการหยั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์" โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกระเบียบให้ประชาชนสามารถใช้โทรศัพท์มือถือในการหยั่งเสียงเลือก ส.ส.ร. ในจังหวัดของตนเองได้ ส่วนประชาชนที่ไม่มีอุปกรณ์ รัฐจะต้องจัดเตรียมเครื่องมือไว้ให้ ณ ที่ทำการราชการ หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)

สำหรับโครงสร้างส.ส.ร.สายตัวแทนประชาชน (80 คน) มาจากการหยั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์รอบแรกในแต่ละจังหวัด จังหวัดละ 3 ชื่อ (รวม 231 ชื่อ) จากนั้นส่งให้รัฐสภาคัดเลือกต่อให้เหลือ 80 คน โดยให้สมาชิกสภาแต่ละคนออกเสียงได้เพียง 1 เสียง (One Man One Vote) เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองใหญ่ผูกขาดเสียงข้างมากใน ส.ส.ร. ส่วนสายผู้เชี่ยวชาญ (20 คน) คัดเลือกจากที่ประชุมตุลาการศาลฎีกา 5 คน, ตุลาการศาลปกครอง 5 คน, ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์/กฎหมายมหาชน 5 คน และนักวิชาการสาขารัฐศาสตร์/รัฐประศาสนศาสตร์ 5 คน (ผ่านการคัดเลือกโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย)

ส่วนกรอบการทำงานของ ส.ส.ร. กำหนดให้จัดทำรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน และต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง เมื่อเสร็จสิ้นจึงเสนอร่างกลับเข้ามาให้รัฐสภาเห็นชอบ โดยปรับเกณฑ์มาใช้เสียง 3 ใน 5 ของรัฐสภา เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งเรื่องอำนาจวีโต้ (Veto) ของวุฒิสภา หรือเงื่อนไขเรื่องเสียงฝ่ายค้านที่เคยนำไปสู่ปัญหาสภาล่มในอดีต เมื่อรัฐสภาเห็นชอบแล้วจึงนำไปสู่การทำประชามติเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ส่วนร่างฉบับที่ 2 พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้เปลี่ยนกติกาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในอนาคต โดยตัดเงื่อนไขเรื่องการล็อกจำนวนเสียง สว. หรือเสียงของพรรคฝ่ายค้านออกไป แล้วเปลี่ยนมาใช้เกณฑ์มาตรฐานคือ ต้องได้รับความเห็นชอบด้วยเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เพื่อให้กลไกรัฐสภาเดินหน้าได้อย่างราบรื่น

"การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับในครั้งนี้ เป็นการทำหน้าที่ที่ตรงกับจุดยืนของพรรคที่มีต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 มาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นการหาทางออกที่สมดุล โดยคำนึงถึงเสียงข้างน้อย คำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และช่วยประหยัดทรัพยากรของประเทศอย่างสูงสุด"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ