"ภราดร" ยันไร้รอยร้าวพรรคร่วมรัฐบาล หลังถอนชื่อหนุนร่างแก้รธน.เพื่อไทย

ข่าวกฏหมายและประกาศ Thursday June 4, 2026 14:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อในการเสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า เป็นผลมาจากข้อกังวลทางกฎหมายที่อาจนำไปสู่การขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ห้ามมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ซึ่งในร่างของพรรคเพื่อไทยได้กำหนดเอาไว้ว่าให้ในแต่ละจังหวัดไปเลือก สว. 3 คน แล้วส่งให้ทางรัฐสภาเป็นผู้เลือกให้เหลือจังหวัดละ 1 คน ด้วยเหตุนี้พรรคภูมิใจไทยจึงมองว่าอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพบข้อกังวลทางกฎหมาย พรรคจึงได้ประสานแจ้งไปยังแกนนำพรรคเพื่อไทย ทั้งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค เพื่อขอใช้สิทธิถอนชื่อออกจากการสนับสนุนร่างดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีสมาชิกพรรคที่ลงชื่อสนับสนุนประมาณ 30 คน

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ นายภราดร กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพรรคเพื่อไทยว่าจะดำเนินการอย่างไรกับข้อกังวลที่พรรคภูมิใจไทยเสนอไป และจะมีการปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะกลับมาร่วมลงชื่อสนับสนุนอีกครั้งหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ โดยขอพิจารณาเนื้อหาในร่างที่มีการแก้ไขใหม่อีกครั้งหนึ่งก่อน

นายภราดร ยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากมีการพูดคุยและประสานงานกันมาโดยตลอด และเป็นเรื่องในระดับฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องว่ากันไปตามกระบวนการของรัฐสภา ในขณะที่ฝ่ายบริหารยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกันตามปกติ

*"เพื่อไทย" ยันไม่เสียหลักการทบทวนแก้ รธน.-ไม่กระทบการทำงานพรรคร่วม

ด้านนายจุลพันธ์ กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น แม้ในเบื้องต้นพรรคจะมีความพร้อม 100% ในการยื่นร่างเข้าสู่การพิจารณาและมีรายชื่อจาก 7 พรรคการเมืองร่วมลงชื่อแล้วก็ตาม แต่เมื่อสมาชิกส่วนหนึ่งมีมติขอถอนชื่อออกเนื่องจากมีความห่วงใยในบางประเด็น พรรคเพื่อไทยก็พร้อมรับฟังด้วยความเคารพเพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่สามารถดำเนินการได้ตามปกติในสภา โดยเฉพาะในส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่ได้แจ้งขอถอนชื่อออกไปจำนวน 30 คน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เพียงแค่ 30 คน มีมากกว่านั้นทั้งองคาพยพของพรรคภูมิใจไทย และในส่วนของสมาชิกวุฒิสภาซึ่งอาจมีความคิดเห็นไปในแนวทางที่ใกล้เคียงกัน จึงจำเป็นต้องกลับมาพิจารณาให้ถี่ถ้วน

"เราจำเป็นต้องเคารพเสียงของประชาชน และวันนี้พรรคเพื่อไทยมีเสียงในสภาเพียงแค่ 74 เสียง ทำให้ไม่สามารถที่จะลงชื่อเพียงพรรคเดียว หรือผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียวได้ และไม่สามารถหนีความจริงพ้นว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยมีสมาชิกมากที่สุด และร่างแก้รัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยก็ต้องถูกใช้เป็นร่างหลักในการพิจารณา" นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า กรณีนี้ไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากเป็นเรื่องของสภา อย่างไรก็ตามสิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะต้องดำเนินการต่อไป คือการพูดคุยหารือกับทางพรรคภูมิใจไทย ว่ามีเหตุผล ความจำเป็น แนวคิดและข้อห่วงใยเรื่องอะไรบ้าง ขณะที่ในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยเองก็ต้องใช้เวลาในการพูดคุยหารือด้วยเช่นเดียวกันว่า จะมีการเดินหน้ากับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคต่อไปอย่างไร

"เป้าหมายที่ชัดเจนคือการมี สสร. ที่เป็นตัวแทนประชาชนเข้าไปยกร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยสูงสุด ดังนั้นในวันนี้จะยังไม่มีการยื่นร่าง แต่จะใช้เวลาทบทวนและพูดคุยกับหลายฝ่าย เพื่อหาข้อสรุปและใช้กลไกที่มีอยู่บรรจุแนวความคิดของพรรคเข้าไปในร่างรัฐธรรมนูญให้ได้มากที่สุด"

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ