"ศิริกัญญา" จี้ตั้งกมธ.วิสามัญสอบพ.ร.ก.กู้เงินฯ หวังสภาที่พึ่งสุดท้าย สแกนความโปร่งใสใช้งบ

ข่าวกฏหมายและประกาศ Thursday June 4, 2026 17:13 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระการพิจารณาญัตติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) 4 แสนล้านบาท และเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกมธ.วิสามัญฯ โดยขอเสียง สส. พร้อมย้ำเหตุผลในการตั้งกมธ.วิสามัญฯ เพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้ก้อนนี้ หลังจากที่รัฐบาลพยายามข้ามการตรวจสอบของสภาฯ ถึง 2 ครั้ง คือ "ครั้งแล้ว" และ "ครั้งเล่า" โดยครั้งแรก คือ การเลือกใช้การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แทนที่จะออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพราะเริ่มชินชาว่าเมื่อใดที่ต้องการกู้เงิน ก็จะออกเป็น พ.ร.ก. แต่ความจริงแล้ว รัฐบาลทำไม่ได้ ซึ่งเป็นหลักการเบื้องต้นว่าหากจะกู้ รัฐบาลกู้เองไม่ได้ ต้องขอสภาก่อน ถือเป็นหลักการปกติ ดังนั้น อำนาจในการออก พ.ร.ก.เป็นของสภา ไม่ใช่รัฐบาล และควรใช้สภามีอำนาจในการทบทวน ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายแบบเต็มสเกล

"แต่ครั้งนี้ก็พอจะให้อภัยได้ เพราะรอบนี้เห็นถึงความจำเป็น ความเร่งด่วน และที่สำคัญ คือ ปัญหารัฐบาลถังแตก เงินหมดคลัง ไม่มีเงินที่ไหนจะมาช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แต่พอเห็นอกเห็นใจ ก็เจอว่ารัฐบาลใช้ช่อง พ.ร.ก. ที่ไม่ต้องใส่รายละเอียดในการลักไก่ขอวงเงินมาก่อน เรียกว่าตีเช็คเปล่า จะใช้เงินอย่างไร เอาไว้หลังสุด จะใช้หนี้อย่างไร ก็ยังไม่พูดถึง" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุ

ส่นครั้งที่ 2 คือ รัฐบาลพยายามข้ามหัวประชาชน โดยการสอดไส้และยัดไส้โครงการที่ไม่เร่งด่วนแต่มากู้ด่วน ซึ่งตนเชื่อว่าไม่มีใครจะคัดค้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทุกคนอยากเห็นประเทศมุ่งใช้สัดส่วนพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น แต่โดยธรรมชาติของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ต้องดำเนินงานต่อเนื่องหลายปี ไม่สามารถใช้เงิน 2 แสนล้านบาทให้หมดภายในปีครึ่ง แล้วบันดาลให้เกิดการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ทันที

"ทุกวันนี้ รัฐบาลยังไม่สามารถตอบคำถามได้เลย ว่าเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานคืออะไรกันแน่ อยากลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้เหลือเท่าไร และแบ่งเป็นพลังงานสะอาดประเภทใดบ้าง ลำพังแค่ติดโซลารูฟท็อปให้ส่วนราชการ หรือซื้อรถยนต์ EV อย่างเดียว จะลดได้เท่าไร รัฐบาลตอบไม่ได้ แม้แต่เชิญมาใน กมธ.ก็ยังตอบไม่ได้ แล้วจะไม่ให้บอกว่าตีเช็กเปล่าได้อย่างไร" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

พร้อมระบุว่า ประเด็นนี้ ชวนให้คิดไปถึงตอนเงินกู้ช่วงโควิด-19 ที่กู้ 2 พ.ร.ก. เม็ดเงินรวม 1.5 ล้านล้านบาท วันนั้นมีการทำแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ งบส่วนใหญ่ตอนนั้นเอาไปดำเนินโครงการคนละครึ่ง แต่ก็มีอีกหลายแสนล้านบาทที่เอาไปทำเบี้ยหัวแตกให้ส่วนราชการส่งโครงการเข้ามา แล้วมีคณะกรรมการกลั่นกรองทำหน้าที่พิจารณาว่าจะได้รับเงินอุดหนุนหรือไม่

"ถ้าไปอ่านรายงานประเมินผลโครงการแผนงานฟื้นฟู้เงินกู้เศรษฐกิจ ที่ทำโดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ จะเห็นว่าดูดี สวยหรู แต่ถ้าไปดูอีกสำนักหนึ่ง ที่ตรวจสอบเหมือนกัน คือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เจอว่าหลายโครงการไม่เป็นไปตามกฎหมาย เสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน จัดซื้อจัดจ้างแบบแปลกประหลาด จึงกังวลว่าอีก 2 แสนล้านบาทหลัง จะซ้ำร้อยเดิมแผนงานฟื้นฟูช่วงโควิดหรือไม่" น.ส.ศิริกัญญา ระบุ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่รัฐบาลข้ามหัวสภาฯ อีก คือการเดินหน้ากู้เงิน ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย ทั้งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคำร้องไปแล้ว ทำให้ทุกวันนี้ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ก็ยังไม่เข้าสู่สภาฯ ซึ่งเป็นไปตามกลไกมาตรา 173 ที่เอาไว้ปกป้องเสียงข้างน้อยในสภา ถ้ารัฐบาลคุมเสียงข้างมากได้ ออกเป็น พ.ร.บ.ยังได้ แค่นำเข้ามาในสภาฯ พอเป็นพิธี ก็สามารถจะลากให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยเสียงข้างมากอยู่แล้ว สุดท้ายก็มีคำถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาลจะทำอย่างไรกับเงินกู้ที่กู้ไปแล้ว

"ถ้ารัฐบาลทำทุกอย่างตามปกติวิสัย หากเร่งด่วน ก็กู้เท่าที่จำเป็น ถ้าเปิดเผยรายละเอียดครบถ้วนตั้งแต่ต้น ก็ไม่มีวันที่เราต้องมาตั้งญัตติแบบนี้ รัฐบาลเลือกเดินตรงข้ามทุกขั้นตอน สภาฯ จึงเหลือเครื่องมือสำคัญเพียงอย่างเดียวคือตั้ง กมธ.วิสามัญ เพื่อตรวจสอบเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ต้องนำไปใช้หนี้ในอนาคต" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ