"รังสิมันต์-รักชนก" ผนึก 2 กมธ. เค้น TH-AI Passport ส่อทุจริต ปูดข้อมูลเพิ่ม! โยงธุรกิจน้ำมันเถื่อน

ข่าวการเมือง Thursday June 18, 2026 12:52 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport หลังมีการทำประชาพิจารณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่าง กมธ.ติดตามงบฯ และ กมธ.กฎหมายฯ ที่เปิดให้มีการถ่ายทอดสด เพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนรับได้ฟังตลอด ซึ่งจะได้เห็นท่าทีของแต่ละหน่วยงานต่อโครงการ TH-AI Passport ซึ่งต้องยอมรับว่า โครงการนี้มีปัญหาไม่ใช่สิ่งที่พวกเราคิดไปเอง แต่มีภาคประชาชน และกลุ่มคนหลายฝ่ายออกมาคัดค้าน

"สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปหลังจากนี้ หากโครงการมีการทุจริตเกิดขึ้นจริง คือ เรื่องการฟอกเงิน เงินจะถูกทำให้ขาวสะอาด และไหลเข้าสู่วงการเมือง รูปแบบนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้ต่อการทุจริต แต่เป็นการต่อสู้กับปัญหาอาชญากรรม ที่อาจจะมีนักการเมือง หรือนักธุรกิจเข้าไปเกี่ยวข้อง" นายรังสิมันต์ กล่าว

พร้อมระบุว่า มีข้อมูลถึงความเชื่อมโยงกับโครงการ TH-AI Passport กล่าวคือ มีผู้ร้องมาว่า อาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทน้ำมันเถื่อน ซึ่งจะต้องดูข้อมูลของผู้ร้องอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วันนี้มีหน่วยงานตรวจสอบเข้าร่วมประชุม เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งคาดว่าหลังการประชุมในวันนี้ จะได้รวบรวมหลักฐานข้อมูลที่มีอยู่ยื่นตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ พรรคประชาชนได้ชี้ให้เห็นถึงความน่าสงสัยในโครงการนี้มาโดยตลอด ความคาดหวัง คือ อยากให้ยกเลิกโครงการ ซึ่งถ้าหากอยากจะทำจริง ๆ จะต้องไปตั้งโครงการเพื่อใช้งบประมาณในปีถัดไป เพื่อทำให้โครงการทุกอย่างถูกต้องไร้ข้อครหา นี่คือธงหลักเป็นเป้าหมายของพรรค

"ถ้านายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี จะเดินหน้าลุยไฟ ก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ดิฉันคิดว่า มีราคาที่ต้องจ่าย" น.ส.รักชนก กล่าว

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เข้าร่วมประชาพิจารณ์โครงการดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจจะถูกเกณฑ์มาร่วมรับฟังนั้น น.ส.รักชนก เห็นว่า ประชาชนไม่ว่าจะภาคส่วนไหน สามารถเริ่มเข้าฟังประชาพิจารณ์ได้ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการต้องสอบถาม ในการทำประชาพิจารณ์นี้ มีการใช้งบประมาณเดียวกันกับงบประมาณที่จะใช้ในการเปิดตัวหรือไม่ เพราะตาม TOR ระบุไว้ว่าต้องจัดงานเปิดตัวโครงการที่มีผู้ร่วมรับฟังไม่ต่ำกว่า 200 คน

  • ปลัดดีอี แจงไทม์ไลน์ที่มา TH-AI Passport ไม่ใช่แค่ 31 วันตามข่าว

ขณะที่ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับข้อสงสัยต่อความเร่งรีบในการดำเนินโครงการ TH-AI Passport

ทั้งนี้ นายพชร ได้นำเสนอรายละเอียดไทม์ไลน์เชิงลึกของกระบวนการทำงาน เพื่อตอบคำถามสังคมที่ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการดังกล่าวมีการดำเนินการที่รวดเร็วผิดปกติ โดยระบุว่า เป้าหมายของจำนวนประชาชนที่ต้องการให้รู้จัก และเข้าถึงการใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้น ไม่ได้เพิ่งถูกกำหนดขึ้นอย่างเร่งรีบในรัฐบาลปัจจุบัน แต่เป็นแผนงานที่มีการหารือ และจัดทำมาตั้งแต่เดือนพ.ค.65 ในสมัยของรัฐบาลของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

โดยได้มีการดำเนินงานต่อเนื่อง มาจนถึงปี 2567 โดยช่วงเวลาดังกล่าวมีการกำหนดแผนงาน แผนปฏิบัติการแม่บท และแผนปฏิบัติการต่างๆ ในส่วนของกรอบเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน

นายพชร ยังยืนยันว่า กระบวนการจัดทำโครงการ TH-AI Passport ได้ผ่านขั้นตอนการเตรียมการ และดำเนินงาน ฝังตัวมาเป็นระยะเวลานาน โดยเป็นโครงการที่มีฐานงานเดิมรองรับอยู่แล้ว จนกระทั่งสามารถบรรลุข้อตกลง และลงนามในสัญญาจ้างได้เมื่อวันที่ 14 เม.ย.69

ปลัดกระทรวงดีอี ย้ำว่า กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นศึกษา ยกร่าง จนถึงวันลงนามในสัญญานั้น ใช้เวลารวมกันเกือบ 1 ปีเต็ม ไม่ใช่การเร่งรัดดำเนินการภายในระยะเวลา 31 วัน ตามที่มีกระแสข่าวทำให้เกิดความสับสนในสื่อต่าง ๆ แต่อย่างใด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ