รัฐบาล คิกออฟเครือข่ายภาคประชาชน เสริมแนวร่วมสกัดภัยฟอกเงินข้ามชาติ

ข่าวการเมือง Friday June 26, 2026 12:54 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รัฐบาล คิกออฟเครือข่ายภาคประชาชน เสริมแนวร่วมสกัดภัยฟอกเงินข้ามชาติ

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Kick off โครงการเครือข่ายภาคประชาชนด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยต้องเจอกับภัยคุกคาม และอาชญากรรมที่มีความซับซ้อน มีเครือข่ายเชื่อมโยงข้ามพรมแดน ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรม ส่วนใหญ่มาจากการถือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะเงินทุนที่ได้มาจากการฟอกเงินของเครือข่ายอาชญากรรม ทั้ง ยาเสพติด ฉ้อโกง และ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ความปลอดภัยแก่สังคมและประชาชน

การแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทุกภาคส่วนมีความตระหนักในเรื่องนี้อย่างมาก เห็นจากการร่วมมือกับทุกประเทศให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งกำหนดให้มีคณะทำงานเฉพาะกิจระดับสากล พร้อมทั้งประเมินผลการทำงานของแต่ละประเทศสมาชิก เพื่อให้เป็นไปทำมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทยเคยผ่านการประเมินมาแล้ว 3 คร้ง และครั้งต่อไปจะมีการประเมินในปี 2571 ซึ่งไทยก็มีความพร้อมรับการประเมินแล้ว

สำหรับการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินของประเทศไทย รัฐบาลมีความตระหนัก และให้ความสำคัญ โดยได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่มุ่งสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ปลอดภัยจากอาชญากรรมทุกรูปแบบ

พล.ต.ท. รุทธพล ระบุว่า อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐฝ่ายเดียว ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องบูรณาการ และแสวงหาความรร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน เพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อน เปลี่ยนแปลงทั้งในระดับชุมชน และในระดับประเทศ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ได้เพิ่มเติมบทบาทหน้าที่เครือข่ายภาคประชาชน ไว้ในมิติด้านขับความร่วมมือ การให้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า การจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องความร่วมมือร่วมใจกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เป็นคีย์แมนสำคัญในการเชื่อมต่อนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฎิบัติ และบูรณาการความร่วมมือในพื้นที่ พร้อมทั้งฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และตัวแทนกระทรวงมหาดไทยกำหนดหัวข้อการประชุมให้อยู่ในวาระการประชุมของจังหวัด และการประชุมระดับอำเภอต่อไป

ขณะที่ผู้มีส่วนในการขับเคลื่อนสำคัญ คือ ผู้บังคับการภูธรจังหวัดในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย และขยายผลไปยังผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด รวมถึงขอความร่วมมือจากเครือข่ายภาคประชาชน ในการแจ้งเบาะแส การเฝ้าระวัง และประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักรู้ถึงภัยคุกคาม เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งเชื่อว่า โครงการนี้จะประสบความสำเร็จ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ