ส.ว.เริ่มชำแหละรับจำนำข้าว ยันกระบวนการ-ข้อมูลไม่โปร่งใส ชาวนาบางพท.ไม่ได้ปย.จริง

ข่าวการเมือง Friday November 23, 2012 16:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ที่ประชุมวุฒิสภา ในช่วงบ่าย ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เริ่มพิจารณาโครงการรับจำนำข้าว โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลมีความไม่โปร่งใส และมีข้อเสีย คือ 1. โครงการไม่ได้ช่วยเหลือชาวนาในพื้นที่ที่ควรจะช่วยเหลือมากที่สุด เช่น พื้นที่ภาคอีสานซึ่งประสบปัญหาภัยแล้ง ในหลายพื้นที่จนไม่สามารถเกี่ยวข้าวนาปี เพื่อเข้าสู่โครงการรับจำนำได้ จึงทำให้ชาวนาพื้นที่ดังกล่าวมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น แต่ทว่าโครงการรับจำนำข้าวนั้นกลับสร้างผลประโยชน์มากมายให้กับชาวนาในพื้นที่ภาคกลาง

2.กระบวนการขายข้าวในโครงการรับจำนำที่ไม่ได้รับการเปิดเผยปริมาณขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งมีการระบุมีการขายข้าวหลายสิบล้านตัน มูลค่าหลายแสนล้านบาท หน่วยงานเกี่ยวข้องยังระบุว่าสัญญานั้นเป็นความลับ ตนเชื่อว่ากรณีที่มีการปกปิดดังกล่าวส่อที่จะผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาให้รัฐ ซึ่งประเด็นนี้ตนได้ร่วมทำงานกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป,

3.ความสามารถในการขายข้าวโดยกระทรวงพาณิชย์ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และ 4.การที่รัฐบาลไม่ทำบัญชีกำไร-ขาดทุนให้ชัดเจน หากรัฐบาลทำโครงการดังกล่าวต่อไปอาจทำให้เกิดความเสี่ยงเรื่องหนี้สาธารณะ

“แนะนำให้ปรับยุทธศาสตร์ขายข้าว ไม่ต้องคิดว่าจะเป็นผู้ส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ให้เปลี่ยนยุทธศาสตร์มาคิดใหม่ว่า จะทำอย่างไรให้ชาวนาปลูกข้าวได้มีคุณภาพและหันมาช่วยเหลือชาวนารายย่อยในภาคอีสานได้มากขึ้น นอกจากนี้ขอให้ควบคุมขนาดของโครงการ ให้จำกัดขนาดโครงการโดยคำนึงถึงการระบายข้าวออกไปและต้องเริ่มเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้เกิดความโปร่งใส่ ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวแนะนำให้ตรวจสอบจากบัญชีธ.ก.ส.ซึ่งจะทำให้สามารถจำแนกชาวนารายย่อยได้ชัดเจน" นายไพบูลย์ กล่าว

ด้านนายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหาวิชาชีพ กล่าวเปิดญัตติในประเด็นการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลว่า รัฐบาลไม่ได้แถลงการบริหารราชการแผ่นดินมานานมากแล้ว โดยเฉพาะเรื่องพืชผลการเกษตร การรับจำนำข้าว เห็นว่าเป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยยกระดับราคาข้าวและช่วยให้ชาวนามีรายได้ดีขึ้น ถือว่าเป็นความสำเร็จของรัฐบาล แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการดำเนินการที่ไม่โปร่งใส ซึ่งรัฐบาลต้องหาคำตอบว่าจะทำโครงการนี้ในระยะยาวได้หรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลไม่มีเงินเข้าไปอุดหนุน และความโปร่งใสในการให้ขอมูลเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้พืชเกษตรอื่นๆก็มีปัญหา เช่น ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด หอมแดง รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงมากเกินไป

ส่วนปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ รัฐบาลควรลดปัญหานี้โดยเฉพาะเรื่องข่าวกรองและการข่าวต่างๆ ต้องทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เรื่องยุทธศาสตร์และงบประมาณของกระทรวง ทบวง กรม ที่มีการใช้จ่ายมากเกินไปแต่ไม่ได้ช่วยทำให้ปัญหาของภาคใต้ลดน้อยลง อีกทั้งการที่รัฐบาลไม่มีบุคคลที่ลงไปดูแลปัญหาภาคใต้อย่างจริงจัง อยากให้หารองนายกฯลงไปกำกับดูแล ถ้าหาไม่ได้ก็ต้องหาคนที่มีความสามารถลงไปแทน เชื่อว่าจะช่วยสถานการณ์ดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนปัญหาภัยแล้ง ต้องเข้าไปดูแลเรื่องการปล่อยน้ำ แบ่งปันน้ำ โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งลงไปยังพื้นที่ต่างๆ หากประชาชนทำการเกษตรไม่ได้ก็ต้องร่วมมือกับกระทรวงแรงงานหาอาชีพเสริมไว้รองรับ

ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลเร่งสร้างความปรองดองให้ได้ภายใน 1 ปี ซึ่งเชื่อว่าทำได้ เพราะรัฐบาลมีมวลชนที่เป็นของรัฐบาลเอง

สำหรับเรื่องการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ถือว่าทำได้ดี ถ้าต้องการแก้ปัญหาให้เชิญแกนนำมาพูดคุยในสภาฯ ด้วยและหาทางแก้ไขปัญหาบ้านเมืองร่วมกัน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ