ครม.วันนี้พิจารณามาตรการลดผลกระทบขึ้นค่าแรง/ซื้อรถเมล์ NGV/รถไฟฟ้าสีแดง

ข่าวการเมือง Tuesday January 8, 2013 10:38 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ซึ่งเป็นนัดแรกของปี 56 จะมีพิจารณาประเด็นสำคัญเกี่ยวกับมาตรการลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการจากการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ซึ่งกระทรวงแรงงาน จะเสนอมาตรการเพิ่มเติม 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.ลดค่าธรรมเนียมห้องพักโรงแรม ที่พัก โดยจะลดอัตราค่าธรรมเนียมการประกอบธุรกิจรายปีลงร้อยละ 50 จากปัจจุบันที่จัดเก็บห้องละ 80 บาท ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี 2.จัดคลีนิคพัฒนาฝีมือแรงงานเคลื่อนที่ไปยังสถานศึกษาและสถานประกอบการ

3.เพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมสัมมนาของส่วนราชการ โดยให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน 4.การจัดคาราวานสินค้าราถูกไปจำหน้ายให้ลูกจ้างในสถานประกอบการ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบนำโครงการธงฟ่าไปจัดจำหน่าย 5.ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากร้อยละ 3 เหลือร้อยละ 2 ซึ่งจะทำให้รายได้ภาครัฐลดลงไปประมาณ 20,000 ล้านบาท จากที่เคยจัดเก็บได้ 60,000 ล้านบาทต่อปี

พร้อมกันนั้น กระทรวงการคลังจะขออนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ...และร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยรายจ่ายที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ (ฉบับที่ ..) พ.ศ.… รวม 2 ฉบับ ซึ่งเป็นมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการควบรวมกิจการประเด็นเงินสำรองของสถาบันการเงินและกิจการประกันภัย

สาระสำคัญกำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทเดิมอันได้ควบเข้ากันหรือเป็นผู้โอนกิจการที่ต้องจดทะเบียนเลิกสำหรับเงินได้ที่เป็นเงินสำรองซึ่งได้กันไว้ตามมาตรา 65 ตรี (1) แห่งประมวลรัษฎากร และต้องนำมารวมเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ควบเข้ากันหรือโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ตามมาตรา 74 (2) และ (3) แห่งประมวลรัษฎากร และกำหนดให้รายจ่ายของบริษัทใหม่ที่ควบเข้ากันหรือผู้โอนกิจการจากการโอนกิจการทั้งหมด เป็นจำนวนเท่ากับเงินสำรองที่ได้กันไว้ ตามมาตรา 65 ตรี (1) แห่งประมวลรัษฎากร ของบริษัทเดิมอันได้ควบเข้ากันหรือเป็นผู้โอนกิจการที่ต้องจดทะเบียนเลิกเป็นรายจ่ายที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65ตรี (20)

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังระบุว่าตามกฎหมายเดิมทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคกรณีบริษัทที่เป็นสถาบันการเงินหรือที่ประกอบกิจการประกันภัยที่เลิกกันหรือควบเข้ากันจะต้องนำเงินสำรองที่กันไว้มารวมคำนวณเป็นรายได้ ซึ่งบริษัทเดิมที่จะควบหรือบริษัทผู้โอนอาจไม่มีสภาพคล่องมากพอที่จะเสียภาษีจากเงินสำรองที่กันไว้ จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายเพื่อสนับสนุนการควบรวมกิจการในประเด็นเงินสำรองของสถาบันการเงินและกิจการประกันภัย โดยกำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทเดิมที่จะควบหรือบริษัทผู้โอนสำหรับเงินสำรองซึ่งได้กันไว้และนำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย

ขณะที่ กระทรวงคมนาคมจะนำเสนอให้ ครม.พิจารณา โครงการจัดหารถเมล์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) จำนวน 3,183 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), การประกวดราคารถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ สัญญาที่ 4 สัมปทานสำหรับการลงทุน การจัดหาระบบรถไฟฟ้า การให้บริการการเดินรถ และซ่อมบำรุงรักษา ที่ บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ(BMCL) เป็นผู้ชนะการประกวดราคา

ในส่วนของโครงการจัดหารถเมล์เอ็นจีวีของ ขสมก.มั่นใจว่ากระทรวงคมนาคมมีข้อมูลครบถ้วนแล้ว และได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังเป็นประธานแล้ว โดยคณะกรรมการกลั่นกรองฯมีข้อสงสัยเพียงว่าเหตุใดจึงไม่จัดหาเป็นรถปรับอากาศทั้งหมด โดยกระทรวงคมนาคมชี้แจงว่าหากจัดหาเป็นรถเมล์ปรับอากาศทั้งหมด ผู้มีรายได้น้อยจะได้รับผลกระทบ เพราะมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 13 บาท แต่หากจัดหาเป็นรถธรรมดาหรือรถร้อนทั้งหมด ซึ่งจัดเก็บค่าโดยสารที่ 7 บาท รายได้ ขสมก.ก็จะน้อยเกินไป จึงต้องจัดหารถปรับอากาศและรถร้อนอย่างละ 50% จึงเชื่อว่า ครม.ไม่น่ามีการท้วงติงเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ขอความเห็นชอบร่างกฎกระทรวงงดรับจดทะเบียนรถที่ประกอบจากชิ้นส่วนของรถที่ใช้แล้วที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ พ.ศ. ….ที่กระทรวงคมนาคมได้แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทเฉพาะกาลในร่างกฎกระทรวงที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่คค. สนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอีกครั้งหนึ่งแล้วดำเนินการต่อไปได้

สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าวเป็นการกำหนดให้งดรับจดทะเบียนรถที่ประกอบจากชิ้นส่วนของรถที่ใช้แล้ว ที่เข้ามาจากต่างประเทศ ในเขตกรุงเทพมหานครและในเขตจังหวัดอื่นทุกจังหวัด สำหรับ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน, รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล และ รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล โดยกำหนดให้ผู้ใดประสงค์จะนำรถมาจดทะเบียนตามมาตรา 10 ให้นำมาจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ เว้นแต่รถที่ต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ขึ้นบัญชีกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมภายใน 30 วันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ซึ่งต้องชำระภาษีสรรพสามิตและผ่านการทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแล้ว ให้นำมาจดทะเบียนภายใน 1 ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

นอกจากนั้น กระทรวงพลังงานจะเสนอขอความเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงปิโตรเลียมและทรัพยากรแร่ธาตุ สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ —เลสเต ว่าด้วยการพัฒนาด้านพลังงาน เพื่อให้มีการผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว

และ ร่างข้อตกลงว่าด้วยการร่วมกันผลิตปิโตรเลียม (Unitisation Agreement, UA) ระหว่างองค์กรร่วมไทย — มาเลเซีย (MTJA) และบริษัท Petroliam Nasional Berhad (PETRONAS) สำหรับการร่วมกันผลิตปิโตรเลียมแหล่งสุริยา(Suriya) ในแปลง A — 18 ของพื้นที่พัฒนาร่วมไทย — มาเลเซีย กับแหล่งสุริยา เซลาตัน (Suriya Selatan) ในแปลง PM 2 ของประเทศมาเลเซีย

สาระสำคัญของร่างข้อตกลงดังกล่าวเป็นการกำหนดสิทธิและพันธะระหว่างองค์กรร่วมและ PETRONAS รวมถึงการดำเนินงานและการจัดการในการร่วมกันพัฒนาและผลิตปิโตรเลียมแหล่งสุริยา — สุริยา เซลาตัน ในพื้นที่ร่วมผลิต (Unit Area) มีขนาด 173.226 ตารางกิโลเมตร (อยู่ในเขตพื้นที่พัฒนาร่วม 142.017 ตารางกิโลเมตรและพื้นที่ของประเทศมาเลเซีย 31.209 ตารางกิโลเมตร)โดยกำหนดสัดส่วนแบ่งปันผลผลิตปิโตรเลียมเบื้องต้น (Initial Tract Participation) คือ แปลง A-18 ได้รับร้อยละ 85 และแปลง PM 2 ได้รับร้อยละ 15 และสามารถทำการประเมินสัดส่วนการแบ่งผลผลิตปิโตรเลียมใหม่ (Re-determination)ทุก 5 ปี ในกรณีที่ผลการประเมินมีความแตกต่างกันโดยรวมเกินกว่าร้อยละ 3 ให้มีการปรับสัดส่วนแบ่งปันผลผลิตและแบ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามสัดส่วนผลผลิตดังกล่าว

ทั้งนี้ ให้ใช้แผนการพัฒนาของแปลง A-18 และขายก๊าซในราคาตามที่กำหนดในสัญญาซื้อขายก๊าซแปลง A-18 และให้มีคณะกรรมการ Unit Management Committee ฝ่ายละ 4 คนเท่า ๆ กัน ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการและกำกับดูแลการดำเนินงาน ทั้งนี้ ร่างข้อตกลงดังกล่าวได้ยกร่างขึ้นภายใต้หลักการและอยู่ในกรอบของข้อตกลงเบื้องต้นที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลทั้งสองแล้ว ซึ่งร่างข้อตกลงฉบับนี้มีสาระสำคัญและหลักการเช่นเดียวกับร่างข้อตกลงว่าด้วยการร่วมผลิตปิโตรเลียมระหว่างแหล่งภูมี — ภูมีใต้ ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2554

ประเด็นสุดท้าย ขออนุมัติให้บริษัท GS Caltex Corporation โอนสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 1/2547/67 แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L10/43 และ L11/43 ให้แก่ บริษัท GS Energy Corporation ในอัตราร้อยละ 30

ส่วนกระทรวงพาณิชย์เสนอให้ครม.รับทราบ และเห็นชอบสรุปผลการประชุมคณะทำงานส่งเสริมการสร้างฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านและการค้าชายแดน และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ได้แก่ การวางกรอบยุทธศาสตร์การส่งเสริมการค้าและการลงทุนไปตลาดประเทศเพื่อนบ้านและการค้าชายแดน 5 ยุทธศาสตร์, เร่งก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ แห่งที่ 2, การขยายสนามบินแม่สอด มอบให้กรมการบินพลเรือนเร่งกระทรวงคมนาคมดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2558 เพื่อรองรับการเติบโตด้านการขนส่งและการท่องเที่ยว, การพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด-เมียวดี

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. …. นำเสนอการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ต่อไป, ส่งเสริมสนับสนุนให้นักลงทุนไทยย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางการค้า โดยจะสนับสนุนนักลงทุนไทยในอุตสาหกรรม สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า ฯลฯ ย้ายฐานการผลิตไปกัมพูชา ทั้งนี้ ภาครัฐจะจัดคณะนำนักลงทุนไทยไปสำรวจพื้นที่และเจรจาขอการสนับสนุนจากกัมพูชาในนิคมอุตสาหกรรมโอเนียง และนิคมอุตสาหกรรมศรีโสภณ ระหว่างวันที่ 21-23 มกราคม 2556

สนับสนุนการลงทุนด้านแหล่งกระจายสินค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีโครงการนำร่องในการจัดตั้ง Container Yard ณ ท่านาแล้ง สปป.ลาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการก่อสร้างทางรถไฟท่านาแล้ง—เวียงจันทน์ สปป.ลาว ของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) กระทรวงการคลัง เมื่อปี พ.ศ. 2553 โดยมอบให้ สพพ. กระทรวงการคลังเร่งรัดโครงการดังกล่าวให้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2555

และ ดำเนินงานตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง Cross Border Transport Agreement (GMS /CBTA) เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าทั้งข้ามแดนและผ่านแดน ซึ่งขณะนี้ทุกประเทศได้ให้สัตยาบันต่อภาคผนวกและพิธีสารครบทั้ง 20 ฉบับ คงเหลือไทยและเมียนมาร์ที่ลงนามยังไม่สมบูรณ์ จึงให้เร่งรัดกระทรวงคมนาคมและกรมศุลกากรกระทรวงการคลังผลักดันการออกกฎหมายที่ค้างอยู่ทั้ง 5 ฉบับ (ร่าง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. …. รอเสนอวุฒิ ร่าง พ.ร.บ.การรับขนของทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. …. รอเสนอวุฒิสภา ร่าง พ.ร.บ.การรับขนคนโดยสารและสัมภาระทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ. ….อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของ สคก. ร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่..)พ.ศ. …. (ในเรื่องเกี่ยวกับข้อบทว่าด้วยการผ่านแดน) อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สคก. ร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ว่าด้วยการอนุตามความตกลง CBTA) อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และให้สัตยาบันภาคผนวกและพิธีสารที่เหลือภายใต้ความตกลงฯ ภายในปี พ.ศ. 2556

กระทรวงยุติธรรมขออนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ที่ได้แก้ไขตามผลการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อกำหนดให้บุคคลซึ่งผ่านการตรวจหรือทดสอบเบื้องต้นว่ามียาเสพติดอยู่ในร่างกาย และสมัครใจจะขอเข้ารับฟื้นฟูสมรรถภาพได้รับการยกเว้นไม่ต้องถูกแจ้งข้อหายาเสพติด โดยเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติดต้องดำเนินการให้บุคคลดังกล่าวได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในสถานพยาบาลตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด และมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อเป็นหลักฐานในการเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ถือเป็นความผิดทางอาญา

กระทรวงกลาโหม(กห.)ขออนุมัติหลักการแผนงานการดำเนินกิจกรรมพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ โดยให้ดำเนินการตามแผนงานการดำเนินกิจกรรมพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ โดยการสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ รวมถึงงบประมาณให้แก่กองทัพประเทศเพื่อนบ้าน และมิตรประเทศ ในภารกิจทางทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกัมพูชา เมียนมาร์ และลาว

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) จะเสนอแผนบริหารจัดการภัยแล้งหรือภาวะน้ำน้อย ให้ที่ประชุมครม.พิจารณา อาทิแผนการขุดเจาะน้ำบาดาลมาช่วยเหลือด้านการอุปโภค-บริโภคให้ได้ร้อยละ 70-80 ของน้ำที่ขุดเจาะมาทั้งหมด ส่วนที่เหลือจะจัดสรรไปช่วยเหลือด้านการเพาะปลูก ,การของบประมาณเพื่อจัดทำระบบท่อส่งน้ำจากบริเวณที่มีน้ำมากไปสู่บริเวณที่มีน้ำน้อย และการจัดทำระบบน้ำบาดาลเพื่ออุปโภค-บริโภค

ทั้งนี้ กบอ. คาดการณ์ว่า ในปี 56 สถานการณ์ภัยแล้งจะรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงภาวะภูมิอากาศ โดยพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดจะได้รับผลกระทบมากเนื่องจากปริมาณน้ำฝนในฤดูฝนที่ตกน้อยมาก ส่วนภาคกลาง เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งมากนัก โดยปีนี้เชื่อว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมแน่นอน หลังจากใช้งบกลางในวงเงิน 120,000 ล้านบาทดำเนินการเกี่ยวกับแนวทางป้องกันและรับมือน้ำท่วมที่มีการแบ่งงบประมาณใช้ปรับปรุงระบบระบายน้ำ 40,000 ล้านบาท และยกระดับถนน จำนวน 20,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมแล้วใช้งบประมาณในการแก้ปัญหาน้ำท่วมจำนวน 60,000 ล้านบาท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ