(เพิ่มเติม) มติวิปรบ.กำหนดแถลงผลงานรัฐบาล 2 วัน รวม 15 ชม.รัฐบาล5ชม.,ฝ่ายค้าน10ชม.

ข่าวการเมือง Monday September 23, 2013 14:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอำนวย คลังผา ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวภายหลังการประชุมวิปรัฐบาล ว่า ในวันที่ 24-25 ก.ย.จะมีการแถลงผลการดำเนินงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในช่วง 1 ปีแรก ต่อสภาผู้แทนราษฎรที่รัฐบาลประกาศนโยบายในการขับเคลื่อนประเทศ โดยที่ประชุมได้กำหนดสัดส่วนเวลาในการอภิปราย 15 ชั่วโมง แบ่งเป็นฝ่ายค้าน 10 ชั่วโมง และรัฐบาล 5 ชั่วโมง ทั้งหมดรวมการประท้วงด้วย โดยยืนยันว่าจะใช้เวลาในการอภิปรายเพียง 2 วันตามกรอบโดยจะมีการถ่อยทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ (ช่อง 11)

ส่วนการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของส.ว.ในวาระ 3 จะลงมติในวันที่ 28 ก.ย.เวลา 10.00 น. โดยจะมีการถ่อยทอดสดผ่านช่อง 11 เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ประธานวิปรัฐบาลไม่รู้สึกกังวลที่ฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากการลงมติวาระ 3 นี้ทางสภายึดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 90 ว่าด้วยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติจะตราขึ้นเป็นกฎหมายได้ก็ต่อเมื่อได้รับคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ทั้งนี้หากศาลจะมีการพิจารณาออกมาเช่นไร ทางวิปรัฐบาลยังไม่ได้มีการคาดการณ์คำตัดสินไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด

ขณะที่นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี จะแถลงผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐต่อสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 24 และ 25 ก.ย. 56 หลังจากได้ยื่นเรื่องดังกล่าวเข้าสู่สภาตั้งแต่ 23 พ.ย.55

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นับตั้งแต่รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่เดือน ส.ค.54 รัฐบาลได้ประกาศทั้งนโยบายในการขับเคลื่อนประเทศ และเมื่อครบกำหนดการบริหารประเทศปีที่ 1(23 ส.ค.54-23 ส.ค.55) ได้มีการจัดทำรายงานแสดงผลการดำเนินงานตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่อรัฐสภาตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด 5 ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา 75

"ทันทีที่การจัดทำรายงานเสร็จ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีการส่งหนังสือลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 ให้แก่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเลขาธิการวุฒิสภาเพื่อพิจารณาดำเนินการ แต่สภาผู้แทนราษฎรมิได้มีการพิจารณารายงานดังกล่าวจนปิดสมัยประชุมทั่วไปในปลายปี 2555 ต่อมาในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ สภาผู้แทนราษฎรก็มิได้บรรจุวาระการรายงานของคณะรัฐมนตรี เพราะไม่สามารถนำเรื่องนอกเหนือจากการพิจารณากฎหมายเข้ามาพิจารณาได้ เว้นแต่รัฐสภาจะมีมติให้พิจารณาด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ทั้งสองสภา" นายธีรัตถ์ กล่าว

ต่อมาในวันที่ 12 มี.ค.56 ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาจะมีมติให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณารายงานผลการดำเนินงานได้ในสมัยประชุมนิติบัญญัติ แต่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ยังไม่ได้มีการรายงานดังกล่าวได้ทัน และเมื่อมีการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไประหว่าง 1 ส.ค.56-28 พ.ย.56 จึงได้มีการนำเรื่องผลการดำเนินงานของคณะรัฐมนตรีในปีที่ 1 เข้ามาพิจารณา โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี จะร่วมแถลงผลงานต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 24 และ 25 ก.ย.นี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีการกำชับให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวงเตรียมข้อมูลในการตอบข้อซักถามจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างละเอียด

"รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการรายงานผลการดำเนินงานต่อรัฐสภา เพราะเมื่อทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องดังกล่าวเข้าสู่สภาแล้ว เป็นการตัดสินใจของสภาในการเลือกเรื่องที่จะเข้ามาพิจารณา" นายธีรัตถ์ กล่าว

ทั้งนี้การแสดงรายงานผลงานของรัฐบาลชุดก่อนหน้าปีที่หนึ่ง(30 ธ.ค.51-30 ธ.ค.52) ได้ส่งเรื่องเข้าสภาในวันที่ 4 พ.ค.53 แต่ก็ไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24-25 ก.พ.54 คณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นถึงได้แถลงผลงานปีที่ 1 ต่อสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้เมื่อครบรอบการบริหารราชการครบรอบปีที่ 2 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการรวบรวมข้อมูลการบริหารราชการในปีที่สองแล้ว ซึ่งคาดว่าเล่มรายงานน่าจะเสร็จและเสนอต่อสภาได้ในช่วงปลายปีนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ