ศาลปกครอง เปิดแผนกใหม่-เล็งตั้ง"หน่วยดูแลความปลอดภัยของศาล"

ข่าวการเมือง Monday March 10, 2014 16:08 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า ในปี 57 ศาลปกครองได้ประกาศให้ปีงบประมาณพ.ศ.2557 เป็นปีแห่งการสื่อสารสาธารณะและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอำนวยความยุติธรรมทางปกครอง พร้อมกำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของศาลปกครองและสำนักงานปกครอง ที่สำคัญรวม 3 ประการคือ 1.ศาลปกครองมุ่งมั่นอำนวยความยุติธรรมทางปกครองด้วยความถูกต้องเป็นธรรมและยุติธรรม 2.ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการอำนวยความยุติธรรมทางปกครองของประเทศไทย และ 3.เสริมสร้างพลังความร่วมมือของบุคคลากรทุกคนในองค์กรในการให้บริการประชาชนอย่างมีคุณภาพ

พร้อมกันนี้ได้เปิดทำการแผนกคดีบริหารงานบุคคล ในศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชั้นต้นทุกแห่ง เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีปกครองเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลโดยเฉพาะ

"วันนี้ศาลปกครองได้เปิดทำการแผนกใหม่ขึ้นเป็นครั้งแรก คือ แผนกคดีบริหารงานบุคคล เนื่องจากการดำเนินการตลอด 13 ปีที่ผ่านมาจะมีคดีบริหารงานบุคคลในสัดส่วนที่มากถึง 23% ดังนั้นจึงเห็นสมควรที่จะเปิดแผนกคดีนี้ขึ้น เพื่อให้การดำเนินการทางคดีมีประสิทธิภาพ และเกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น" นายหัสวุฒิ กล่าว

นายหัสวุฒิ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้น่ากังวลในเรื่องความปลอดภัยของตุลาการ ซึ่งถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการจัดตั้งหน่วยงานภายในของศาลขึ้นเพื่อเข้ามาให้ความคุ้มครองดูแลตุลาการเป็นการเฉพาะ หรือเรียกว่าตำรวจศาล ซึ่งในต่างประเทศเรียกว่า "Court Marshall" เพื่อคอยคุ้มครองดูแลศาลทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

"สถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีครั้งใดที่วงการตุลาการจะถูกข่มขู่มากเช่นนี้ และคิดว่าถึงเวลาที่ศาลควรจะมีหน่วยงานที่ให้การคุ้มครองดูแลเป็นการเฉพาะ" นายหัสวุฒิ กล่าว

พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้ก็เคยถูกขู่ฆ่าเช่นกัน และมีผู้เสนอว่าให้หาบอดี้การ์ดจากหน่วยงานภายนอกเข้ามาดูแล แต่ตนเห็นว่าถึงอย่างไรก็ไม่ปลอดภัย เพราะไม่ทราบว่าคนที่ข่มขู่ตนนั้นเป็นใคร การนำบุคคลภายนอกเข้ามาดูแลนั้น ซ้ำร้ายอาจจะเป็นการดึงศัตรูเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น ดังนั้นจึงเห็นว่าควรต้องมีหน่วยงานเฉพาะเป็นของตัวเอง และเชื่อว่าเรื่องนี้ศาลยุติธรรมจะเห็นด้วย ซึ่งหากมีโอกาสได้พบกับประธานศาลอื่นๆ ก็จะได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเรื่องนี้ เพราะขณะนี้มีหลายศาลที่ถูกข่มขู่คุกคามเช่นกัน สำหรับความเป็นไปได้ในการจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวขึ้นนั้น คงต้องขึ้นกับฝ่ายบริหาร เพราะต้องอาศัยงบประมาณในการดำเนินการ

ประธานศาลปกครอง ยังกล่าวถึงอำนาจของศาลจากที่มองกันว่าเป็น 1 ใน 3 ของอำนาจตามรัฐธรรมนูญว่า ในความเป็นจริงแล้วอำนาจตุลาการหรืออำนาจของศาลนั้น ศาลไม่ได้มีอำนาจในการเข้าไปแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยตรง แต่จะมีอำนาจก็ต่อเมื่อมีการนำเรื่องขึ้นมาฟ้องร้องต่อศาล ศาลถึงจะมีอำนาจเข้าไปดูแล ซึ่งศาลเองต้องการให้การแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปโดยสันติ สงบสุข และไม่รุนแรง

ทั้งนี้ หากมองย้อนไปในอดีตได้ยังมีองค์กรหลักอยู่หลายองค์กรที่หากดำเนินการทุกอย่างตามหลักการแล้วจะช่วยให้บ้านเมืองสงบสุขได้ เช่น องค์กรตุลาการ หากตัดสินอย่างตรงไปตรงมาบนข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเหตุผลที่สามารถตอบสังคมได้ ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้ หรือองค์กรตำรวจ หากปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย คือ การจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนแล้วก็จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยได้

ส่วนกรณีของนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ที่อาจดำเนินการเรื่องการคืนตำแหน่งไม่ทันภายใน 45 วันนั้น เรื่องนี้ขอให้ถึงเวลาก่อน ซึ่งพอถึงเวลาแล้วผู้ร้องจะยื่นคำร้องมา องค์คณะตุลาการก็จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งตนคงไม่สามารถไปชี้นำก่อนเรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ แต่ที่ผ่านมายังไม่พบปัญหาเรื่องการบังคับคดี เพราะสามารถดำเนินการได้เสร็จสิ้นตามกำหนดในคำพิพากษา

สำหรับภาพรวมสถิติคดีในปี 56 มีคดีรับเข้าสูงถึง 13,019 คดี สูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา และจากการเร่งรัดการพิจารณาคดีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปี 56 ศาลปกครองสามารถพิจารณาคดีได้แล้วเสร็จมากถึง 9,447 คดี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ