"นิวัฒน์ธำรง"มั่นใจแจงปมทุจริตข้าวชัดเจน,ป.ป.ช.ให้เพิ่มพยานอีก 1 ปาก

ข่าวการเมือง Thursday April 10, 2014 18:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะพยานเพิ่มเติมฝ่ายผู้ถูกร้องคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เปิดเผยภายหลังเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นานกว่า 4 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการเดิมตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เมื่อปี 36 และได้ปฏิบัติกันมาหลายรัฐบาล เพียงแต่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ให้ความสำคัญในเรื่องความโปร่งใส โดยให้ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบโครงการถึง 12 ชุด เพื่อให้การดำเนินโครงการมีประสิทธิภาพและป้องกันทุจริต อีกทั้งเคยมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน เมื่อครั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตตั้งแต่ต้นปี 55 รวมแล้วขณะนี้มีคดีอยู่ในการสืบสวน 104 คดี จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตตามที่กล่าวหา

ส่วนข้อมูลเรื่องการขาดทุนและความเสียหายในโครงการกว่า 2 แสนล้านบาท ตามที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ ไม่ตรงกับข้อมูลของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) ที่มูลค่าการขาดทุนน้อยกว่าครึ่งหนึ่งตามที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ อ้างไว้ พร้อมยืนยันว่า โครงการนี้แม้จะขาดทุน แต่หากเทียบประโยชน์ด้านต่างๆ ที่ได้ ทั้งความเป็นอยู่เกษตรกร และการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ถือว่ามีความคุ้มค่า

"โครงการในลักษณะนี้เป็นโครงการทางสังคมที่ย่อมมีการขาดทุน ไม่ใช่โครงการเชิงธุรกิจ อีกทั้งไม่ได้มีผลกระทบร้ายแรงต่อวินัยทางการเงินการคลัง เพราะระดับหนี้สาธารณะยังอยู่ที่ร้อยละ 45-46 จากที่ตั้งกรอบไว้ถึงร้อยละ 60 และยืนยันว่าไม่มีเหตุผลความจำเป็นที่ต้องยุติโครงการตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 11(1) จากเหตุผลทั้งหมด จึงถือว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้กระทำผิดเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157" นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว

นายนิวัฒน์ธำรง ยังมั่นใจว่า เหตุผลที่ชี้แจงไปได้ทำดีที่สุดแล้ว จากนี้ไปขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมได้ภายในวันที่ 25 เม.ย.นี้อีกครั้ง โดยอาจส่งมาเป็นเอกสารเพื่อชี้แจงต่อไป

ด้านนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.เปิดเผยว่า ที่ประชุมฯ มีมติให้เพิ่มพยานในคดีนี้อีก 1 ปาก คือ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากที่ทนายความของนายกรัฐมนตรีร้องขอมา 4 ปาก เนื่องจากเห็นว่า พล.ต.ต.ธวัช มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยนัดมาให้ปากคำในวันที่ 17 เม.ย.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ