คณะอนุกรรมการปฏิรูปตำรวจ เสนอสูตรแต่งตั้งโยกย้ายพิจารณาจากความสามารถเป็นหลัก-กระจายอำนาจผบ.ตร.

ข่าวการเมือง Wednesday August 9, 2017 15:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ แต่ละชุดว่า คณะอนุกรรมการโครงสร้างอำนาจหน้าที่ ได้เสนอความเห็นเกี่ยวกับการสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยเสนอให้สตช.ยังคงอยู่ภายใต้สังกัดของนายกรัฐมนตรีต่อไปตามปัจจุบัน เพราะหากให้สตช.ไปสังหัดตามกระทรวงอาจส่งผลให้ถูกแทรกแซงในหลายระดับ และเสนอเรื่องกระจายอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จากปัจจุบันผบ.ตร.เป็นผู้ตัดสินใจโยกย้ายตำรวจทุกตำแหน่ง ไม่เฉพาะที่กรุงเทพแต่รวมไปถึงตำรวจภาค แต่ในอนาคตผบ.ตร.จะดูแลระดับสูงขึ้นมากว่าภาคตั้งแต่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจ และ ผู้บัญชาการทั้งหลาย แต่ต่ำลงไปกว่านั้นจะมอบหมายให้ผู้บัญชาการภาคแต่ละภาคดูแลเอง

ขณะที่ คณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคล เสนอเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งโยกย้ายผบ.ตร. รองผบ.ตร. และตำแหน่งผู้บัญชาการภาค ได้แก่ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น จะให้พิจารณาจากความรู้ความสามารถ 67% และระดับอาวุโส 33%

"สำหรับตำแหน่งผบ.ตร.มีการเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) เป็นผู้พิจารณาคัดเลือก จากปัจจุบันที่กำหนดให้ผบ.ตร.คนปัจจุบันคัดเลือกรายชื่อผบ.ตร.คนถัดไปและเสนอชื่อไปให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)พิจารณา เพราะเดิมก.ต.ช.มีนายกฯเป็นประธาน ซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง อีกกรรมการก.ต.ช.ก็มาจากคนนอกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่าเรื่องของตำรวจควรให้ก.ตร.ทำหน้าที่แทน แต่ก.ต.ช.ยังคงอยู่ตามเดิมโดยจะทำหน้าที่เฉพาะนโยบายตำรวจโดยแท้เท่านั้น” นายสมคิด กล่าว

ส่วนตำแหน่งรองผบ.ตร.ถึงผู้บังคับการ (ผบ.ก.) ปัจจุบันกำหนดให้ผบ.ตร.คัดเลือกรายชื่อและเสนอให้ก.ตร.พิจารณา แต่มีการเสนอให้คณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นผู้พิจารณาแทน ส่วนตำแหน่งผู้บัญชาการภาค ยังคงให้ผบ.ตร.มีอำนาจแต่งตั้งตามเดิม แต่ตำแหน่งที่ต่ำกว่ารองผู้บัญชาการภาคเป็นต้นไปจะให้ผู้บัญชาการภาคเป็นคนแต่งตั้งโยกย้าย หมายความว่า แต่ละภาคจะมีอิสระในการดูแลบริหารบุคคลภายในภาคของตนเอง

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอทั้งหมดนี้ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจจะสรุปและมีมติต่อไปในการประชุมสัปดาห์หน้า

“ที่ประชุมอภิปรายกันว่าตำรวจกว่า2แสนคน ไม่ควรแต่งตั้งโดยคนคนเดียว ควรแบ่งอำนาจการแต่งตั้งไปตามภาคทั้งหลาย” นายสมคิด กล่าว

ส่วนคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ได้กำหนดวันรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ส.ค.ที่ กทม. วันที่ 31 ส.ค.ที่จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 7 ก.ย.ที่ลำปาง และวันที่ 20 ก.ย.ที่จ.ขอนแก่น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ