เลือกตั้ง'62: "ศรีสุวรรณ" จ่อยื่น กกต.สอบ"ธนาธร"รอบสอง 5 เม.ย. กรณีโอนหุ้น"วี-ลัค มีเดีย" หลังมีข้อพิรุธหลายจุด

ข่าวการเมือง 3 เมษายน พ.ศ. 2562 12:02 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 เม.ย.62 เวลา 13.00 น. จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพิ่มเติม เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เข้าข่ายความผิดตาม ม.98(3) ของรัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่

ตามที่นายธนาธร ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 62 โดยอ้างว่าตนได้โอนหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัดทั้งหมดให้แก่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยทำเป็นหนังสือตราสารโอนหุ้น ระหว่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้โอน กับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้รับโอน ฉบับลงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคน พร้อมนี้ ผู้โอนและผู้รับโอน กับพยานทั้งสองคน ได้ลงลายมือชื่อในตราสารโอนหุ้นดังกล่าวต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง ในวันเดียวกันนี้ และนางสมพรได้ชำระเงินค่าหุ้นด้วยเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาถนนบางนา-ตราด (เซ็นทรัลซิตี้) ขีดคร่อมผู้ถือ (A/C PAYEE ONLY) ฉบับลงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 สั่งจ่าย "นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" เป็นเงินจำนวน 6,750,000 บาทแล้วนั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าว ยังไม่อาจเชื่อได้ทั้งหมดว่าจะเป็นแถลงที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ซึ่งเรื่องดังกล่าว เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ที่จะต้องทำความจริงให้ปรากฏ โดยเฉพาะยังมีข้อพิรุธและข้อสงสัยอีกมากมายที่สมาคมฯจำต้องนำความพร้อมข้อมูลไปร้องเรียนเพิ่มเติมให้ กกต. ไต่สวน สอบสวนและแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม อาทิ ข้ออ้างว่ามีการจ่ายเช็คชำระเงินค่าหุ้นให้นายธนาธรและภรรยาแล้วนั้น มีการนำเช็คไปขึ้นเงินจริงหรือไม่ ในบัญชีธนาคารของนางสมพร มีการถ่ายโอนเงินตามเช็คเข้าบัญชีของนายธนาธรและบัญชีภรรยาจริงหรือไม่ มีสเตทเม้นท์ยืนยันหรือไม่ เพราะการเขียนเช็คนั้นจะเขียนขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นจึงต้องพิสูจน์นิติกรรมการเคลื่อนไหวทางบัญชีของทั้ง 3 คนว่าสอดคล้องต้องกันหรือไม่

นอกจากนั้น ยังมีประเด็นที่นายธนาธรอ้างว่า นางสมพรได้โอนหุ้นต่อไปให้หลาน 2 คนตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2562 แล้วแต่เหตุใดหลานทั้ง 2 คนจึงโอนหุ้นกลับมาให้นางสมพรอีกในวันที่ 21 มีนาคม 2562 นิติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ มีการชำระเงินกันจริงหรือไม่ มีสเตทเม้นท์ยืนยันระหว่างนางสมพรกับหลานหรือไม่ และหลานทั้งสองมีอำนาจทำนิติกรรมได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงการสร้างพยานหลักฐานขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างแก้ต่างกรณีถูกจับพิรุธในการประชุมกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 ว่าเหตุใดยังคงมีกรรมการจำนวน 10 คนมาประชุมกัน

อีกทั้ง ยังมีอีกข้อพิรุธอีกมากมายที่สมาคมฯจำต้องนำความพร้อมข้อมูลหลักฐานไปยื่นร้องต่อ กกต.เพิ่มเติม


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ