"ศรีสุวรรณ" เตรียมบุก ป.ป.ช.ทวงถามคืบหน้าข้อมูลนาฬิกาหรู"บิ๊กป้อม"

ข่าวการเมือง 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 11:58 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า ในวันนี้จะไปติดตามทวงถามความคืบหน้าและขอข้อมูลการวินิจฉัยกรณีการถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากที่ป.ป.ช.เคยมีมติเอกฉันท์กรณีแหวนเพชร และมติ 5:3 ประเด็นนาฬิกาหรู ไม่มีมูลเพียงพอให้เชื่อว่า พล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ให้คดียุติไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบ ส่วนประเด็นการรับทรัพย์สินที่ยืมจากผู้อื่นยังอยู่ในการพิจารณา โดยทางสมาคมฯ ได้มีหนังสือขอข้อมูลข่าวสารมายังสำนักงาน ป.ป.ช.แล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 แต่ยังไม่ได้รับคำตอบเลยแต่อย่างใด ดังนั้นจึงต้องเดินทางมาทวงถามความคืบหน้าและขอข้อมูลอีกครั้ง โดยสมาคมฯได้ขอข้อมูลข่าวสาร ดังนี้

1.รายละเอียดของคำวินิจฉัยที่แท้จริงของกรรมการ ป.ป.ช.แต่ละท่านว่ามีคำวินิจฉัยแต่ละท่าน และคำวินิจฉัยรวมไว้อย่างไร ? กรณีถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยสื่อสารมวลชนได้รายงานว่า ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์กรณีแหวนเพชร และมติ 5:3 ในประเด็นนาฬิกาหรู ไม่มีมูลเพียงพอให้เชื่อว่า พล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ให้คดียุติไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบ โดยข้อมูลดังกล่าวผู้ร้องใคร่ขอสำเนาข้อมูลเกี่ยวกับรายงานและสำนวนการตรวจสอบ การสอบสวน หรือการไต่สวนเบื้องต้น รวมทั้งบรรดาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ สอบสวน หรือไต่สวนเบื้องต้นในกรณีดังกล่าว

2.ขอสอบถามความคืบหน้าของคำร้องในประเด็นที่เกี่ยวกับการรับทรัพย์สินที่ยืมจากผู้อื่น ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เข้าข่าย "การรับประโยชน์อื่นใด" ที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ซึ่งขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และหรือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ที่ยังอยู่ในการพิจารณานั้นมีความคืบหน้าไปอย่างไรแล้วบ้าง ?

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊คเรื่อง "การกู้ยืมเงิน" ของพรรคการเมืองโดยสรุประบุว่า "การกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองถือว่าเป็นรายได้ของพรรคการเมือง" นั้น สามารถใช้เทียบเคียงกับกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ยืมนาฬิกาเพื่อนมาสวมใส่นั้นก็ถือว่าเป็นรายได้ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต้องแจ้งรายได้ต่อ ป.ป.ช.ตามกฎหมายด้วยนั่นเอง แต่หากการมาขอข้อมูลครั้งนี้ ป.ป.ช.ยังเพิกเฉย ดังนั้นจะนำคำร้องไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อวินิจฉัยต่อไป และอาจต้องยื่นฟ้อง ป.ป.ช.ต่อศาลฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ด้วย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ