ข่าวอินโฟเควสท์
02:08 ทำเนียบขาวเผย"ทรัมป์"หารือผู้นำฝรั่งเศส กรณีรีดภาษีดิจิทัลต่อบริษัทเทคโนโลยี   ทำเนียบขาวแถลงในวันนี้ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้หารือทางโ…
01:44 ราคาน้ำมัน WTI พลิกพุ่งกว่า 1% ใกล้ทะลุ 56 ดอลลาร์ หลังอิหร่านยึดเรือน้ำมันอังกฤษ   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI พลิกพุ่งขึ้นกว่า 1% ใกล้ทะลุระดั…
01:26 อังกฤษเผยกำลังตรวจสอบรายงาน หลังมีข่าวอิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันอังกฤษ   รัฐบาลอังกฤษแถลงในวันนี้ว่า ทางรัฐบาลกำลังตรวจสอบรายงาน หลังมีข่าวว่าอ…
01:05 สื่อเผยบริษัทข้ามชาติกว่า 50 แห่งกำลังถอนตัวจากจีน เลี่ยงผลกระทบสงครามการค้า   นิตยสาร Nikkei Asian Review รายงานว่า บริษัทข้ามชาติจำนวนกว่า 50…
00:42 "เบเกอร์ ฮิวจ์"เผยแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐมีจำนวนลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 3   เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่น…

อนาคตใหม่ วอนศาลรัฐธรรมนูญใช้บรรทัดฐานเดียวกับ"ธนาธร" ในการพิจารณาคำร้อง 41 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 18 มิถุนายน 2562 12:38:51 น.

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีการพิจารณาคุณสมบัติของ 41 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ฝ่ายรัฐบาล กรณีเข้าข่ายถือหุ้นสื่อว่า พรรคฯ คาดหวังที่จะเห็นแนวทางการพิจารณาคดีและระยะเวลาในการพิจารณาคดีเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งคำร้องของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา

"เราจะมาเปรียบเทียบกัน ระหว่างบรรทัดในการพิจารณาคดีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ทาง กกต.ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเมื่อวันที่ 16 พ.ค. แล้วมีมติของศาลรัฐธรรมนูญออกมาเมื่อวันที่ 23 พ.ค. หากเป็นการพิจารณาคดีในทิศทางเดียวกัน เราตั้งข้อสังเกตุว่าอาจจะมีผลการพิจารณาคดีออกมาใน 7 วันคือวันพรุ่งนี้ 19 มิ.ย." นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรค อนค.กล่าว

นายณัฐชา กล่าวว่า ในระหว่างนี้สมาชิกของพรรคได้แยกย้ายลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะของประชาชน โดยจะยึดโยงการทำงานระหว่างในและนอกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเข้าสู่รัฐสภา

ด้านนายวาโย อัศวรุ่งเรือง รองโฆษกพรรค กล่าวเสริมว่า การเมืองรูปแบบเก่ากำลังใช้ช่องทางกฎหมายโจมตีคู่แข่งทางการเมือง ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วยที่จะนำแค่วัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในหนังสือปริคณห์สนธิของบริษัทข้อใดข้อหนึ่งมาตัดสิน เพราะเจตนารมย์ต้องการป้องกันไม่ให้มีการครอบงำสื่อ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาว่าบริษัทดังกล่าวทำธุรกิจเกี่ยวกับสื่อหรือไม่

"เราต้องการนำเสนอให้ประชาชนและผู้มีอำนาจเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ควรกระทำจริงๆ เพราะทำให้เกิดปัญหาเรื่องบรรทัดฐาน ถ้าสมมุติว่าไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด คงต้องให้สื่อมวชนและประชาชนช่วยกันกดดันศาลรัฐธรรมนูญ" นายวาโย กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง