(เพิ่มเติม) นายกฯ ยืนยันเรื่องตั้ง ครม.จบแล้วใกล้เรียบร้อย คาดถวายสัตย์ฯ กลางเดือนนี้

ข่าวการเมือง 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 15:26 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันนี้ได้มีการประชุมคสช.เพื่อทบทวนการปฎิบัติงานในระยะต่อไปเมื่อไม่มี คสช.แล้วจะทำอย่างไร ส่วนในเรื่องที่ยังไม่ได้ข้อยุติจะส่งเรื่องให้รัฐบาลใหม่ ซึ่ง คสช.จะหมดหน้าที่ในวันถวายสัตย์ปฏิญาณของครม.ใหม่ คาดว่าจะเป็นราวกลางเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นไปตามไทม์ไลน์ทุกประการ

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เกิดความล่าช้า เพราะยังอยู่กรอบที่เคยตั้งไว้ คือ จัดตั้งรัฐบาลได้ภายในเดือน ก.ค. และที่ผ่านมาก็มีช่วงงานพระราชพิธีที่สำคัญที่รัฐบาลต้องดำเนินการ แต่ขณะนี้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และพิจารณาทุกตำแหน่งตามความเหมาะสม และยืนยันว่ากรณีรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจะไม่กระทบการทำงาน

"ขณะนี้ไม่มีขั้นตอนใดที่ติดขัด เพราะอยู่ในขั้นของการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีทุกคน และเมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จ จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ และขอพระราชทานวันเวลาในการถวายสัตย์ปฎิบัติตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยเชื่อว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าทุกอย่างก็จะเรียบร้อย และขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องกังวล"

นายกรัฐมนตรี ตอบข้อซักถามถึงกระแสข่าวว่าจะนั่งควบตำแหน่งรมว.กระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะอยู่ใน ครม.หรือไม่ว่า ให้รอดูรายชื่อคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ

พร้อมย้ำกระแสข่าวเรื่องการปฏิวัติว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก ควรกลับไปแก้ปัญหาให้ถูกวิธีดีกว่า

"เรื่องปฏิวัติรัฐประหาร ปฏิวัติซ้อนไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แม้แต่ตัวผมเองทำมา ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น เราควรกลับมาสู่การแก้ปัญหาถูกวิธีจะดีกว่า"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในหลายด้าน แม้งานบางอย่างยังไม่เรียบร้อย แต่ต้องเดินหน้าทำงานต่อไป จึงอยากเห็นความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งจากรัฐบาล ฝ่ายค้าน ภาคเอกชน และประชาสังคม ช่วยกันปฏิรูปประเทศ

สำหรับปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐนั้นพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นพรรคการเมืองใหม่ มีคนจากหลายกลุ่ม ซึ่งทุกพรรรคงมีความขัดแย้ง แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะแสดงออกมาอย่างไร และวันนี้ทราบว่าปัญหาถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

"เมื่อทุกคนเข้าใจตรงกันแล้ว ทุกอย่างก็จบ และหวังว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นพรรคที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่น และพรรคจะเดินหน้าตามกลไกตามรัฐธรรมนูญ"นายกรัฐมนตรี กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ