ข่าวอินโฟเควสท์
22:07 ธนาคารกลางฮ่องกงประกาศลดการดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่ม หวังช่วยพยุงภาคธุรกิจ-เศรษฐกิจจากเหตุประท้วงยืดเยื้อ   ธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ประกาศปรับลดอ…
21:36 ปอนด์ร่วง ขณะเจรจา Brexit เข้าใกล้โค้งสุดท้าย   เงินปอนด์อังกฤษร่วงลงในวันนี้ หลังจากที่ปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนต่างจับตาความค…
21:16 รมว.คลังสหรัฐเผย สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าจีนตามกำหนด 15 ธ.ค. หากไม่มีการทำข้อตกลง   นายสตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า ตนและนายโรเบิร์ต ไ…
21:11 ดาวโจนส์เปิดลบ เหตุนลท.ไม่มั่นใจสหรัฐ-จีนเซ็นดีลการค้า   ดัชนีดาวโจนส์เปิดแดนลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมากังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การค…
20:14 "ปูติน" เยือนซาอุฯอย่างเป็นทางการ ส่งสัญญาณขยายอิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลาง   ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เดินทางถึงกรุงริยาดห…

เพื่อไทย กำชับ ส.ส.ห้ามโหวต พ.ร.บ.งบประมาณฯ สวนมติพรรค

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 9 ตุลาคม 2562 18:16:09 น.

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า ในการลงมติส่วนใหญ่จะเป็นการโหวตตามมติพรรค ซึ่งก่อนวันอภิปรายจะกำชับเรื่องการโหวตอีกครั้ง

"ส่วนใหญ่จะเป็นไปตามมติพรรค จะแหกไม่ได้ ผมเป็น ส.ส.มา 30 ปี ไม่เคยเห็นฝ่ายค้านโหวตให้รัฐบาล"นายสมพงษ์ กล่าว

ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่ารัฐธรรมนูญปี 60 เปิดช่องให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.สามารถโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้นั้น นายสมพงษ์ กล่าวว่า หากรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ก็เป็นสิทธิ แต่โดยปกติรัฐมนตรีไม่เคยออกเสียงลงคะแนนในประเด็นที่ถูกอภิปราย

ทั้งนี้ ฝ่ายค้านมองว่า พ.ร.บ.งบประมาณ เป็นเรื่องสำคัญเพราะจะนำไปใช้ประโยชน์ให้กับประชาชน และหากร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ผ่าน นายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านหวังใช้เวทีสภาฯ ในการติติง แนะนำและสะท้อนปัญหา ให้รัฐบาลปรับงบประมาณให้ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชนให้ได้ เนื่องจากการส่งออก ท่องเที่ยว การลงทุน และกำลังการซื้อในประเทศลดลง เหลือเพียงเครื่องยนต์ตัวสุดท้ายคืองบลงทุนจากภาครัฐ

แต่การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลในขณะนี้ไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้ เพราะงบลงทุนมีเพียง 20% ของงบประมาณทั้งหมด ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องได้ เพราะเมื่อดูลงไปในรายละเอียดตัวเลขงบประมาณรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน กว่า 70% เป็นการเพิ่มงบประมาณลงไปในส่วนที่ไม่สร้างรายได้ใหม่ หรือทรัพย์สินใหม่ที่จะแก้ปัญหาปากท้องได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง