นักเรียนเลว-Mob Fest นัดรวมตัว 14 พ.ย.,ตร.เตรียมกองร้อยน้ำหวานรับ

ข่าวการเมือง Wednesday November 11, 2020 17:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

กลุ่มนักเรียนเลว โพสต์เฟซบุ๊กนัดเดินขบวน "เสิร์ฟน้ำจิ้ม" จากกระทรวงศึกษาธิการไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันที่ 14 พ.ย.เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจัดเรียกชุมนุมใหญ่วันที่ 21 พ.ย.นี้ ขณะที่ภาคีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนกว่า 20 เครือข่าย นัดรวมตัวจัด Mob Fest ในเวลา 14.00 น.ของวันที่ 14 พ.ย.เพื่อยืนยัน 3 ข้อเรียกร้องหลักของกลุ่มราษฎร เก็บตกทุกประเด็นปัญหาที่เกี่ยวพันกับรัฐธรรมนูญ จากชายขอบสู่เมืองหลวง จากทางเท้าไปจนถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมร่วมกันจับตามองวาระรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนในการประชุมสภาสมัยสามัญที่กำลังจะมาถึง โดยยังไม่กำหนดสถานที่ในขณะนี้ แต่แจ้งให้มวลชนแนวร่วมรอติดตามการประกาศต่อไป

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวถึงแนวทางการดูแลผู้ชุมนุมที่มีการประกาศจัดชุมนุมในวันที่ 14 พ.ย.ว่า เป็นแผนรับมือปกติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) ซึ่งเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เตรียมกองร้อยควบคุมฝูงชนในส่วน บชน.เอง และตำรวจตระเวนชายแดนไว้พร้อมรับมืออยู่แล้ว โดยยืนยันว่าจะใช้ทั้งหลักกฎหมายดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน และไม่ให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องเสียหายหรือเกิดความรำคาญ

สำหรับช่วงที่ผ่านมากรณีมีการชุมนุมของเด็กนักเรียนหลายครั้ง ทาง บชน. มีกองร้อยที่เป็นผู้หญิงส่วนหนึ่ง นอกเครื่องแบบส่วนหนึ่ง ส่วนเข้าระงับเหตุโดยการปรากฎกายแบบตำรวจปกติคงต้องพิจารณาเป็นพิเศษ โดยได้มีการคุยกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มีแผนจะดูแลตรงนี้อยู่แล้ว

"เราไม่เรียกว่ารับมือ เราเรียกว่าดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย เราเข้าใจว่าเด็กก็มีพื้นที่แสดงอออก แต่ว่าขอบเขตแค่ไหนคงต้องพิจาณาดูอีกว่า ถ้าเกินขอบเขตคงต้องเข้าไปตักเตือน"

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า การชุมนุมพัฒนาไปแบบไม่ชัดเจน แผนการดูแลก็ต้องปรับไปตามรายวันตามที่แจ้งมา บชน.ยังประชุมดูแลเรื่องนี้อยู่เพื่อให้องค์รวมของสังคม ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มต่อต้าน คนที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบและเดือดร้อนน้อยที่สุด ส่วนเหตุการณ์จะพัฒนาไปทิศทางไหน ตำรวจมีขอบเขตแค่ไหนก็ดำเนินการไปแค่นั้น เราคงไม่เรียกว่าปล่อย ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีวิธีการสื่อสาร คงต้องติดตามทางสื่อเปิดส่วนหนึ่ง และสื่อที่เขาสื่อสารกันเองส่วนหนึ่ง คงต้องพัฒนาปรับรูปแบบไปเรื่อยๆ

ขณะที่ตัวเลขหลังจากมีการชุมนุม ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. เป็นต้นมามีการแจ้งข้อหาไปแล้ว 89 ราย ส่วนมากเป็นข้อหาความผิดตามาตรา 116 เมื่อสมัยประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 47 ราย มาตรา 110 จำนวน 3 ราย มาตรา 16 จำนวน 15 ราย มาตรา 215 จำนวน 23 ราย และอื่นๆ อีก 1 ราย โดยทั้ง 89 ราย ส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัวหมดเล้ว เหลือเพียงบางข้อหาเท่านั้น

ส่วนกรณีเกิดเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดปิงปอง ในการชุมนุมที่บริเวณแยกท่าพระ เป็นเสียงประทัด จุดมาจากพื้นราบไม่ได้โยนมาจากข้างบน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อออกหมายจับผู้กระทำผิดอยู่ เบื้องต้นไม่ได้ระบุว่ากี่คน คาดได้ตัวผู้กระทำผิดเร็วๆนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ