นายกฯ ชี้"พัลลภ"กล่าวหา"สุเทพ"จ้างพยานเท็จล้มทรท.ไม่สะเทือนรัฐบาล

ข่าวการเมือง Monday November 16, 2009 18:05 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธไม่เคยได้ยินข่าวตามที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย(พท.) ออกมาระบุว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการจ้างวานให้พยาน 2 คนให้การเท็จต่อศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคไทยรักไทย(ทรท.) แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีข่าวในลักษณะนี้เกิดขึ้น และยังมั่นใจว่าสามารถรับมือกับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ได้

"ผมแก้ปัญหาได้ สถานการณ์ต่างๆ ผมก็พอรู้ว่ามีคนเร่งสถานการณ์อยู่ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ส่วนตัว แต่ผมจะยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเอาชนะผลประโยชน์ส่วนตัวให้ได้" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยอมรับได้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ทั้งนี้ต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงภายใต้กรอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีเหตุการณ์ใดที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้

อนึ่ง วันนี้ พล.อ.พัลลภ ได้นำนายสุขสันต์ ชัยเทศ อดีตผู้อำนวยการพรรคพัฒนาชาติไทย และนายชวการ โตสวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพัฒนาชาติไทย ซึ่งเป็น 2 พยานปากสำคัญคดียุบพรรคไทยรักไทย ร่วมแถลงข่าวถึงเบื้องหลังการยุบพรรคไทยรักไทย

พล.อ.พัลลภ ระบุว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จ้างวานให้พยานทั้ง 2 คนให้การเท็จว่าพรรคไทยรักไทยมีการจ้างให้พรรคพัฒนาชาติไทยลงสมัครเป็นพรรคคู่แข่ง เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีในการแก้ฐานข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งผลจากการให้การเท็จดังกล่าวทำให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักไทยในขณะนั้น

ส่วนความคืบหน้าคดีโยนระเบิดใส่ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้มอบหมายให้รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าไปตรวจสอบแล้ว และจากที่เคยมีคำพูดของบุคคลบางคนที่ได้พูดไว้ก่อนหน้าว่าอาจเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวนั้น จะมีส่วนเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

"เข้าใจว่า รักษาการณ์ ผบ.ตร.ได้พูดถึงเบาะแสและมีคำพูดบุคคลหลายคนได้พูดล่วงหน้าต่อเหตุการณ์นี้ ซึ่งคงต้องสอบสวนต่อไป" นายกรัฐมนตรี ระบุ

นายกรัฐมนตรี ยังไม่ทราบรายละเอียดของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ตลอดจนวิถีระเบิดที่ถูกระบุว่ายิงมาจากด้านหลังกระทรวงกลาโหม โดยขอให้รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาหลักฐานให้ชัดเจนก่อน



เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ