กคพ.มีมติให้ความผิดอาญากรณีก่อการร้ายตั้งแต่ปลายปี 52 เป็นคดีพิเศษ

ข่าวการเมือง Friday April 16, 2010 14:22 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานว่า ที่ประชุม กคพ.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ความผิดอาญากรณีการก่อการร้าย การข่มขู่รัฐบาลให้กระทำการใดๆ การทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ และการกระทำต่ออาวุธยุทโธปกรณ์ของทางราชการตั้งแต่ปลายปี 52 เป็นคดีพิเศษ

โดยให้รับคำแนะนำและข้อห่วงใยของกรรมการ กคพ.ไปดำเนินการด้วย ซึ่งในการสอบสวนให้เป็นไปตามมาตรฐานทางกฎหมาย และดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้สังคมเกิดความเชื่อถือและสบายใจ ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่จับตามองของนานาชาติ จึงต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักสากล

นอกจากนี้ ที่ประชุม กคพ.มีมติให้ 10 หน่วยงานมาบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และปราศจากการครอบงำใดๆ

สำหรับหน่วยงานที่จะมาร่วมทำคดีนี้ประกอบด้วย ดีเอสไอ, สำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.), กรมรัฐธรรมนูญของกระทรวงกลาโหม, กองทัพบก, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ(สขช.), สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.), กองบัญชาการตำรวจสันติบาล(บช.ส.), กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) และตำรวจภูธรภาคต่างๆ นายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอในฐานะหน่วยงานหลักในการปฏิบัติพร้อมที่จะทำตามคำแนะนำของ กคพ. เพื่อให้เกิดความเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมของไทย รักษาระบบนิติรัฐ และนำพาความสงบมาให้ประเทศชาติและประชาชน แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะคลี่คลายคดีให้จบภายในเวลาเท่าใด แต่จะพยายามทำให้เร็วที่สุด

โดยในช่วงบ่ายของวันนี้จะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ซึ่งเบื้องต้นดีเอสไอจะประสานงานกับ พล.ต.ต. อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เพื่อแบ่งคดีในความรับผิดชอบของ บช.น. และดีเอสไอให้ชัดเจน หากเป็นคดีในข้อหาหนักจะโอนมาอยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ ส่วนคดีอื่นๆ จะอยู่ในความดูแลของ บช.น. ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะแยกหมวดหมู่ของคดี เช่น คดีลอบวางระเบิด คดีการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ หรืออาจจัดหมวดหมู่ตามพื้นที่ที่เกิดเหตุ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ