นายกฯคาดสัปดาห์หน้าได้ตัวปธ.คกก.ปฏิรูปประเทศ เดินหน้าให้สำเร็จภายใน 3 ปี

ข่าวการเมือง Thursday June 17, 2010 14:30 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คล่าวว่า ในสัปดาหน้าจะได้ข้อยุติการทาบทามตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ รวมถึงคณะกรรมการในส่วนต่างๆ ด้วย หลังจากภาคประชาชนที่มีการระดมความคิดเห็นในวันนี้ได้มีการเสนอรายชื่อผู้ที่ความอาวุโสทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี น.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส รวมถึง ร.ว.อคิน รพีพัฒน์

นายกรัฐมนตรี ยืนยันความความตั้งใจในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี พร้อมทั้งให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมกับระบุว่า รัฐบาลจะพยายามวางกลไกให้แผนปฏิรูปเดินหน้าแม้ว่าอายุรัฐบาลจะหมดไป ก็จะวางกรอบกลไกให้เดินหน้าไปได้ โดยมองไว้เชิงวิสัยทัศน์ทางด้านคน และระบบสังคม

"ในความรู้สึกผม กรอบ 3 ปี เป็นกรอบเวลาที่เต็มที่ ยาวเพียงพอ แต่ไม่มากไป ที่จะทำให้เป็นรูปธรรม เราจะไม่เดินหน้าสิ่งเหล่านี้โดยไม่ฟังเสียงหรือคิดว่าเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว" นายกฯ กล่าวในการประชุมสัมมนางานระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางปฏิรูปประเทศไทย

ทั้งนี้ ในส่วนการเดินหน้าตามแผนปรองดองจะมีความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ แต่ทั้งนี้การเดินหน้าตามแผนปรองดองจะไม่รอให้แผนเสร็จก่อนถึงเดินหน้าแก้ปัญหา แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ซึ่งหากมีความคิดเห็นเป็นอย่างไร ทุกภาคส่วนสามารถดำเนินการได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอรัฐบาลเพียงอย่างเดี่ยว

ทางด้าน ทพ. กฤษฎา เรืองอารีรัตน์ ผู้ตรวจการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้สรุปประเด็นความคิดเห็นจากประชาชนที่ได้เสนอความเห็นกว่า 182 คน สามารถสรุปเป็นเข้อเสนอเชิงเนื้อหาและข้อเสนอเชิงกลไก แบ่งเป็น เนื้อหาประกอบด้วย 7 ข้อ

1.ลดความเหลื่อมล้ำทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการด้อยโอกาสในด้านต่างๆ 2. การจัดสรรทรัพยากร โดยเน้นการมีส่วนร่วมและเป็นควาเมป็นธรรมให้กับทุกภาคส่วน 3. การปฏิรูปการศึกษา 4.ประเด็นทั่วๆ ไป เช่น ปัญหาในเด็กและเยาวชน 5.การบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการทุจริตคอร์รัปชั่น 6.การเมืองการปกครองที่ภาคประชาชนต้องการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง และ 7. การปฏิรูปสื่อ โดยเปิดโอกาสให้พื้นที่ชุมชนมาเป็นตัวตั้งในการปฏิรูปสื่อ

ส่วนข้อเสนอเชิงกลไกในวันนี้ ที่ประชุมยึดหลัก 5 ส. คือการสร้างสันติภาพ สามัคคี สัตยาบรรณ การสื่อสาร และการมีส่วนร่วม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด และในส่วนบุคคลเข้ามามีส่วนในการสร้างกระบวนการการปฏิรูป และมีกลไกการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐเข้ามามีส่วนช่วยในการให้การสนับสนุนมากกว่าที่จะเป็นผู้ดำเนินการเอง รวมถึงควรจะให้ประชาชนเป็นผู้จัดการกระบวนการในรูปขององค์กรที่จะเดินหน้าในการปฏิรูปประเทศไทย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ