รัฐบาลญี่ปุ่นได้เปิดเผยนโยบายใหม่เมื่อวานนี้ เพื่อลดกิจกรรมการซื้อขายเงินเยนของนักลงทุนลง แต่ญี่ปุ่นก็ต้องเผชิญกับข้อกังขาในเรื่องความสามารถในการป้องกันไม่ให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และสกุลเงินที่สำคัญอื่นๆในระยะสั้นนี้
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังเรื่องความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการเข้าไปแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราของทางการญี่ปุ่นอีก ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์นี้ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะส่งสัญญาณการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ
ญี่ปุ่นได้เปิดเผยนโยบายฉุกเฉินต่างๆที่พุ่งเป้าไปที่การจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนให้บริษัทญี่ปุ่นขายเงินเยน เพื่อรวบรวมเงินทุนที่จำเป็นสำหรับการควบรวมหรือซื้อกิจการโดยบริษัทของญี่ปุ่นในต่างประเทศ
ภายใต้โครงการระยะเวลา 1 ปีนั้น กระทรวงคลังญี่ปุ่นจะนำเงินในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศซึ่งมีอยู่มากเป็นอันดับ 2 ของโลกนั้น ออกมาสรรเงินให้กับบริษัทต่างๆ ในรูปแบบของการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านทางสถาบันการเงิน ด้วยความหวังว่า จะสามารถกระตุ้นให้บริษัทต่างๆเข้าซื้อสกุลเงินต่างประเทศเพื่อการลงทุนในต่างประเทศ
โคจิ ฟูกาย่า หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านสกุลเงินของเครดิต สวิส ซิเคียวริตีส์ (เจแปน) กล่าวว่า การส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงสำหรับภาคเอกชนนั้น อาจจะกระตุ้นให้มีการนำเงินในทุนสำรองออกจากลงทุนเพื่อสร้างรายได้ในอีกทอดหนึ่ง พร้อมกับชมเชยในนโยบายที่มีความสมดุล
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นจะกำหนดให้สถาบันการเงินในญี่ปุ่นรายงานสถานะการซื้อขายสกุลเงินต่างประเทศทุกๆวัน ไปจนถึงช่วงเดือนก.ย. ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะตรวจสอบการเก็งกำไรของเฮดจ์ฟันด์ และนักลงทุนระยะสั้น เพราะเกรงว่าการเก็งกำไรอาจจะให้ตลาดมีความผันผวนมากเกินไป
นายฟูกาย่ากล่าวว่า นโยบายต่างๆนี้ อาจจะส่งผลด้านจิตวิทยาในระดับหนึ่ง และจะยังช่วยควบคุมการซื้อเงินเยน แต่หลายฝ่ายก็ยังคงสงสัยเกี่ยวกับเรื่องประสิทธิภาพของนโยบายใหม่นี้
ด้านนายโอซามุ ทาคาชิม่า หัวหน้านักวิเคราะห์ด้าน FX ของซิตี้แบงก์ เจแปน กล่าวว่า นโยบายนี้คงจะไม่สามารถทำให้เงินเยนอ่อนค่าลงไปมากได้
"นี่คือผลกระทบจากนโยบายการระดมทุนด้วยการเทขายเงินเยน และการนำเงินในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศออกไปซื้อสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่มีผลต่ออุปทานและอุปสงค์ในตลาด
"รัฐบาลกำลังพยายามที่จะควบคุมความคิดของนักลงทุนในช่วงที่รัฐบาลมีอุปสรรคในการเข้าไปแทรกแซงตลาดบ่อยครั้งมาก"ทางด้านทาคาฮิเดะ คุอูชิ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโนมูระ ซิเคียวริตีส์ กล่าวในมุมมองเดียวกันว่า ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนว่า นโยบายดังกล่าวจะสามารถสกัดการแข็งค่าของเงินเยนได้
หลังจากนั้น ทางกระทรวงก็ได้ประกาศนโยบายออกมาทันที
ในการแถลงข่าวที่จัดขึ้นอย่างฉุกละหุกนั้น นายโยชิฮิโกะ โนดะ รัฐมนตรีกระทรวงคลัง กล่าวว่า ผมหวังว่านโยบายนี้จะช่วยแก้ปัญหาการที่เงินเยนแข็งค่าแต่เพียงด้านเดียวในตลาดได้ พร้อมกับย้ำว่า กระทรวงและธนาคารกลางญี่ปุ่นพร้อมที่จะเข้าไปแทรกแซงในตลาดและทำให้เงินเยนอ่อนค่าลง
ในช่วงก่อนหน้านี้ มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือญี่ปุ่นลงเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี โดยให้เหตุผลเรื่องการขาดดุลงบประมาณและหนี้มหาศาลของประเทศ
เงินเยนเคลื่อนไหวใกล้กับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงหลังสงครามที่ 75.95 เยนต่อดอลลาร์เมื่อวันที่ 19 ส.ค. โดยเงินเยนแข็งค่าขึ้นก่อนที่กระทรวงคลังและธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดไปเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ส่งผลให้รัฐบาลต้องแบกรับแรงกดดันในการรับมือกับผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นกับกลุ่มธุรกิจส่งออกของประเทศมากขึ้น เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเหล่านี้ลดลงอันเนื่องมาจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น
การดำเนินการเพื่อแทรกแซงเพียงฝ่ายเดียวของญี่ปุ่นนั้น ก่อให้เกิดความสงสัยตามมาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการดำเนินการของญี่ปุ่นโดยปราศจากการช่วยเหลือของประเทศต่างๆที่อยู่ในกลุ่มประเทศสมาชิก G-7
การที่ญี่ปุ่นเคยได้รับฉันทามติในการร่วมแทรกแซงตลาดโดยกลุ่ม G-7 ซึ่งมีสมาชิกคือ อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐ ยังคงเป็นอุปสรรค์ที่ใหญ่หลวงสำหรับญี่ปุ่น เนื่องจากสมาชิกบางประเทศมีความสงสัยในเรื่องการปั่นค่าเงิน
การประกาศนโยบายเมื่อวานนี้มีขึ้นในช่วงที่ญี่ปุ่นไม่สามารถโน้มน้าวกลุ่ม G-7 ให้สนับสนุนการแทรกแซงตลาดอีกครั้งหนึ่งได้ และดูเหมือนจะเป็นการซื้อเวลาก่อนที่การประชุม G-7 จะเปิดฉากในช่วงต้นเดือนหน้าที่ฝรั่งเศส
อย่างไรก็ดี คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทางการญี่ปุ่นจะสงวนทางทีก่อนที่การประชุม G-7 จะเปิดฉากขึ้นที่เมืองมาร์เซยล์ เนื่องจากเงินเยนอาจจะแข็งค่าขึ้นและทำสถิตินิวไฮแซงหน้าสถิติช่วงหลังสงครามโลกก็เป็นได้
ขณะนี้ ตลาดการเงินพุ่งความสนใจไปที่การกล่าวสุนทรพจน์ของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐในวันศุกร์นี้ หากเบอร์นันเก้ประกาศใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวลงของสหรัฐ ก็อาจจะช่วยหนุนเงินเยนให้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์
รัฐบาลญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่นนั้นระวังและเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ ขณะที่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับกระทรวงคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงกำลังรอช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเข้าไปแทรกแซงอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
บทวิเคราะห์โดย ชินยะ อาจิมะ จากสำนักข่าวเกียวโด