ทางการไต้หวันกำลังพิจารณาเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการควบคุมการส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปยังจีนให้สอดคล้องกับมาตรการของสหรัฐฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบขนส่งเซมิคอนดักเตอร์ข้ามพรมแดน ท่ามกลางความเสี่ยงที่จะสร้างความไม่พอใจและอาจถูกตอบโต้จากจีน
สื่อต่างชาติรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า แนวคิดดังกล่าวจะช่วยให้ทางการไต้หวันมีเครื่องมือทางกฎหมายที่เอื้อต่อการสกัดกั้นการยักย้ายถ่ายเทฮาร์ดแวร์ล้ำสมัย เช่น เซิร์ฟเวอร์ AI ที่ติดตั้งชิปของอินวิเดีย (Nvidia) จากไต้หวันไปยังจีน โดยการซื้อขายในลักษณะดังกล่าวถูกสั่งห้ามภายใต้กฎข้อบังคับของสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2565 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อป้องกันไม่ให้จีนนำหน่วยประมวลผลขั้นสูงของอินวิเดียไปใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการทหาร
อย่างไรก็ตาม กฎหมายไต้หวันยังไม่ได้ระบุว่า การส่งออกชิป AI ไปยังจีนโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นความผิดทางอาญา แม้ว่าเจ้าหน้าที่ไต้หวันจะเตือนผู้ขายว่า การกระทำดังกล่าวอาจเป็นการละเมิดกฎระเบียบของสหรัฐฯ แต่หนทางเดียวในทางกฎหมายที่จะดำเนินคดีผ่านศาลไต้หวันได้คือการตั้งข้อหากับผู้ต้องสงสัยว่าลักลอบขนส่งชิปในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายท้องถิ่นอื่น ๆ ที่มีอยู่เดิมเท่านั้น
ข้อจำกัดทางกฎหมายนี้ทำให้การเอาผิดเป็นไปได้ยากและบีบให้ขอบเขตการดำเนินคดีของไต้หวันแคบลง โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทางการไต้หวันเพิ่งจะทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยลักลอบขนส่งชิปเป็นครั้งแรกในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร
แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ไต้หวันกำลังพิจารณาบังคับใช้มาตรการควบคุมชิป AI ที่แข็งกร้าวขึ้น ในฐานะส่วนหนึ่งของการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะจำกัดการจำหน่ายให้กับลูกค้าทุกรายในจีน ไม่ใช่เพียงแค่บริษัทที่อยู่ในบัญชีดำควบคุมการส่งออกอย่าง หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (Huawei Technologies) เท่านั้น ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยให้ไต้หวันสามารถสั่งฟ้องดำเนินคดีอาญากับผู้ลักลอบส่งออกชิป AI ไปจีนได้เป็นครั้งแรก
หากมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ มาตรการคุมเข้มนี้จะเป็นหนึ่งในมาตรการที่ส่งผลกระทบกว้างขวางที่สุดของรัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ในการปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงระดับชาติและเทคโนโลยีของไต้หวัน ในขณะที่ไต้หวันกำลังทดสอบระดับความพร้อมของตนเองในการดำเนินนโยบายเชิงรุกมากขึ้น ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในหลาย ๆ ด้าน
นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้นของไต้หวันจะเพิ่มแรงกดดันให้บริษัทประกอบเซิร์ฟเวอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปของอินวิเดีย เช่น กิกะไบต์ เทคโนโลยี (Gigabyte Technology) และเอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (Asustek Computer) ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและควบคุมดูแลการดำเนินธุรกิจของตนเองอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม มาตรการสกัดกั้นการขายชิป AI ดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะจุดชนวนการตอบโต้จากรัฐบาลของปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่อ้างสิทธิ์เหนือดินแดนไต้หวันว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีนมาโดยตลอด ขณะที่ไต้หวัน ซึ่งเป็นเกาะที่ปกครองตนเองด้วยระบอบประชาธิปไตย ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง