เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนกล่าวว่า การทำให้ระดับราคาทั่วไปมีเสถียรภาพ ยังคงเป็นภารกิจสำคัญอันดับแรกของรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำนโยบายควบคุมเศรษฐกิจมหภาคที่มีการประกาศใช้ไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ขณะที่ยอมรับว่า การควบคุมเงินเฟ้อให้ได้ตามเป้าหมายของรัฐบาลในปีนี้นั้น เป็นเรื่องยาก
ถ้อยแถลงของนายจาง ผิง ประธานคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ซึ่งเป็นหน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจของจีน มีขึ้นในระหว่างการประชุมฝ่ายนิติบัญญัติของคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ (Standing Committee of NPC) ซึ่งจัดขึ้นทุกๆสองเดือน
นายจางกล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มต้นปีนี้ จีนได้ดำเนินมาตรการต่างๆอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดราคาที่พุ่งสูง มาตรการเหล่านี้รวมถึงการใช้นโยบายการเงินแบบระมัดระวัง การเพิ่มอุปทาน และการควบคุมอุปสงค์ที่ไม่สมเหตุสมผล ขณะเดียวกันก็จัดตั้งกลไกควบคุมราคา
"ความพยายามต่างๆของเราในการควบคุมราคากำลังเห็นผลทีละน้อย" นายจางกล่าวต่อคณะกรรมการฯ "แต่การทำให้การขยายตัวของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ลดลงมาอยู่ภายในเป้าหมายของรัฐบาลในปีนี้นั้นเป็นเรื่องยาก"ทั้งนี้ รัฐบาลจีนกำหนดเป้าหมายควบคุมอัตราเงินเฟ้อรายปีอยู่ที่ราว 4% สำหรับปีนี้ แต่ดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อหลัก ได้พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 37 เดือนที่ 6.5% ในเดือนก.ค. และอยู่ที่ 5.5% ในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปีนี้ ซึ่งสูงกว่าเพดานเป้าหมายของรัฐบาลมาก
นายจางคาดว่า ระดับราคาของประเทศจะยังคงอยู่ในระดับสูง เพราะได้รับแรงกดดันจากสภาพคล่องทั่วโลก เงินเฟ้อจากการนำเข้า ต้นทุนการผลิตในประเทศที่สูงขึ้น การขาดแคลนสินค้าเกษตรบางรายการชั่วคราว และภัยธรรมชาติ
เขากล่าวเสริมว่า ความกดดันและความเสี่ยงต่างๆที่จีนเผชิญอยู่นั้น อาจทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น และทำให้การควบคุมราคาให้อยู่ในเป้าหมายเป็นเรื่องยาก